Ocean’s Eleven หนังโจรกรรมสุดเท่แห่งยุค

หนังโจรกรรม ที่เข้าฉายในปี 2001 เรื่องราวของ แดนนี่ โอเชี่ยน (รับบทโดย จอร์จ คลูนีย์) ที่พ้นโทษหลังจากถูกจำคุก 4 ปี และภายในเวลา 24 ชั่วโมง แดนนี่ก็ดำเนินแผนปล้นครั้งต่อไปทันที แผนครั้งนี้ใหญ่กว่าเดิมโดยมีเป้าหมายคือคาสิโน 3 แห่งที่ลาส เวกัส ทั้ง 3 แห่ง มีเจ้าของเดียวกันชื่อ เทอรี่ เบเนดิก (รับบทโดย แอนดี้ การ์เซีย) เงินจากทั้ง 3 คาสิโนถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัยที่สร้างขึ้นมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุด การปล้นครั้งนี้ความเสี่ยงสูงมากแต่ผลตอบแทนก็สูงเช่นกัน คาดว่ามีเงินในห้องนิรภัยถึง 150 ล้านเหรียญ แดนนี่เริ่มต้นสร้างทีมจาก รัสตี้ (รับบทโดย แบรด พิตต์) คู่หูนักต้มตุ๋นตั้งแต่ก่อนเข้าคุก ทีมใหม่ที่สร้างขึ้นเป็นการรวมตัวของสมาชิกฝีมือดี ได้แก่ นายทุน เจ้ามือแบล็กแจ็ก คนสอดแนมที่เชี่ยวชาญด้านการขโมยข้อมูลคอมพิวเตอร์ คนขับรถ นักประดิษฐ์ มือระเบิด นักกายกรรม นักปลอมตัว และนักล้วงกระเป๋า

แผนถูกวางไว้อย่างดี เจ้ามือแบล็กแจ็กย้ายมาประจำยังคาสิโนเป้าหมาย ห้องนิรภัยถูกจำลองขึ้นเพื่อซักซ้อม กล้องวงจรปิดในคาสิโนถูกขโมยสัญญาณ นักธุรกิจค้าอาวุธเป็นตัวละครที่ปลอมมาเพื่อติดต่อกับเบเนดิก แผนการขโมยรหัสความปลอดภัย การเข้าถึงตู้เซฟและการเปิดเซฟถูกเตรียมอย่างละเอียด เรื่องราวใหญ่โตถึงขนาดไปขโมยเครื่องมือในการตัดสัญญาณไฟฟ้าของเมืองลาสเวกัสทั้งเมือง ความสนุกของหนังอยู่ตรงแผนการที่รัดกุม เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่คาดคิด และการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ เผยแผนการทีละน้อย และที่สำคัญแดนนี่ไม่ได้หวังแค่เงินในตู้ห้องนิรภัย นั่นคือการทวงคืนเทส (รับบทโดย จูเลีย โรเบิร์ตส์) ภรรยาเก่าของแดนนี่ที่กำลังคบหาอยู่กับเบเนดิก เมื่อการปล้นปนเปไปกับการทวงคืนภรรยาเก่า เรื่องราวจึงวุ่นวายขึ้นเรื่อย ๆ

ก่อนที่แดนนี่จะติดคุก เค้าเคยโกหกเทสว่าไม่ได้ปล้น แต่ดูเหมือนเค้าจะโกหกจนเทสไม่เชื่อใจเขาอีกแล้ว กลับมาครั้งนี้เค้าสัญญากับเทสว่าจะไม่ทำเหมือนเดิมอีก แน่นอนว่าแดนนี่ไม่ได้จะหยุดปล้นแต่เค้าจะหยุดโกหก เรื่องนี้อาจมีบางคนเอาใจช่วยเบเนดิกที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ตั้งใจทำงานและรักเทสมาก หากเรื่องนี้เป็นเกมการปล้นและเกมความรักระหว่างแดนนี่และเบเนดิก ตอนจบจะเป็นอย่างไร แดนนี่จะได้ใจภรรยาเก่ากลับคืนมาหรือไม่ และผลการปล้นทีมโอเชี่ยน ครั้งนี้จะเฉียบขนาดไหน คงต้องหาเรื่องนี้มาดูกันอีกครั้ง ด้วยการรวมตัวของนักแสดงมือดีคับคั่งและลวดลายการเล่าเรื่องของผู้กำกับสตีเวน โซเดอร์เบิร์กห์ หนังได้กวาดรายได้ไปอย่างถล่มทลาย Ocean’s Eleven ได้กลายเป็นที่จดจำของหนังโจรกรรมสุดเท่แห่งยุค และเป็นการเริ่มต้นแฟรนไชส์ ของหนังภาคต่อของจักรวาล Ocean’s ได้แก่ Ocean’s Twelve (2004), Ocean’s Thirteen (2007), และ Ocean’s 8 (2018)

Miss Sloane เธอโลกทึ่ง – ชีวิตของคุณ คุณจะใช้มันเพื่ออะไร?

หนังดราม่า การเมือง ที่เข้าฉายที่ไทยในปี 2017 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ อลิซาเบ็ธ สโลน หรือลิสซ์ นักล็อบบี้ยิสต์แถวหน้าของอเมริกา ที่ปฏิเสธการทำงานให้กับฝ่ายธุรกิจปืน แต่เลือกทำงานให้กับฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการให้ผ่านร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืน การแสดงไหวพริบของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างเข้มข้นเพื่อล็อบบี้เสียงจากสมาชิกในสภา เนื้อเรื่องส่งให้ ลิสซ์ เป็นตัวเอกที่มีบุคลิกโดดเด่น ฉลาดและเจ้าแผนการ โดยเดินเรื่องผ่านงานล็อบบี้ยิสต์ของเธอ นอกจากจะได้เห็นการต่อสู้ด้วยแผนการต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายของแต่ละฝ่ายแล้ว ตัวหนังยังชวนให้คนดูสงสัยในความรู้สึกของลิสซ์ด้วยว่า ในแต่ละการตัดสินใจและผลที่เกิดขึ้น เธอยังมีความรู้สึกอยู่หรือไม่ ถ้ามีจะรู้สึกอย่างไร

ประเด็นการครอบครองอาวุธปืนในประเทศอเมริกา ถูกยกขึ้นมาถกเถียงทุกครั้งที่เกิดเหตุสลดใจเมื่อมีการกราดยิงในที่สาธารณะโดยเฉพาะในโรงเรียน ฝ่ายหนึ่งต้องการให้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้เกิดการตรวจสอบประวัติก่อนการซื้อปืน เพื่อให้คนไม่ดีที่ต้องการซื้อปืนยุ่งยากมากขึ้น ในขณะที่ฝ่ายธุรกิจปืนต้องการคว่ำร่างกฎหมายโดยต้องการสร้างค่านิยมใหม่ที่ผู้หญิงจะลุกขึ้นมาครอบครองปืนเพื่อปกป้องตัวเองและคนที่รัก ความขัดแย้งชัดเจนขึ้นเรื่อง ๆ โดยเฉพาะเมื่อร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืนกำลังจะเข้าสภา ทั้งสองฝ่ายต้องเดินเกมเต็มที่เพื่อชัยชนะครั้งนี้ ฝ่ายธุรกิจปืนเลือกลิสซ์อย่างเจาะจงจากผลงานที่ผ่านมา แน่นอนว่าข้อตกลงนี้จะทำรายได้ก้อนโตให้กับบริษัท แต่เธอกลับปฏิเสธเพราะงานนี้ไม่ตรงกับจุดยืนของเธอ เวลาเดียวกันฝ่ายตรงข้ามก็ให้ข้อเสนอกับเธอเช่นกัน เป็นข้อเสนอจากบริษัทที่มีงบประมาณน้อยกว่าอีกฝ่ายอย่างเทียบไม่ได้ และข้อตกลงก็เสนอด้วยกระดาษฉีกเพียงแผ่นเดียวพร้อมข้อความถึงความท้าทายที่มากกว่าแค่ชัยชนะ

ในอีกแง่หนึ่งคือ ลิสซ์คือล็อบบี้ยีสต์ที่มีชื่อเสียงเลวร้าย เธอพร้อมจะหาช่องโหว่จากทุกกฎเกณฑ์เพื่อพาเธอไปถึงเป้าหมาย การโกหกไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดอะไรถ้ามันจะทำให้ไปถึงเป้าหมาย การใช้ไม้อ่อนและไม้แข็งในการล็อบบี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ผลประโยชน์หรือการแบล็กเมล์ และแน่นอนเธอไม่เคยทิ้งร่องรอย ลิสซ์มีทุกอย่างพร้อมสำหรับชัยชนะแต่เธอไม่สามารถไว้ใจใครได้ เธอไม่สามารถมีความสัมพันธ์ได้ และเธอไม่สามารถหลับตาลงนอนได้ เนื้อเรื่องดำเนินไปคู่ขนานระหว่างแผนการเพื่อชัยชนะและความกดดันจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครรู้อนาคตและไม่มีใครรู้ว่าความสำเร็จจะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอะไรไปบ้าง และไม่ว่าความท้าทายครั้งใหม่นี้จะพาชีวิตของเธอไปพบกับอะไร เธอก็พร้อมเผชิญหน้า หนังเรื่องนี้จะพาคุณลุ้นไปกับแผนการซ้อนแผนการ ความรู้สึกภายใน และอาจนำไปสู่การทบทวนเป้าหมายในชีวิตอีกครั้ง เราทุกคนล้วนมีชัยชนะของตัวเองที่ใฝ่ฝันแต่หากมันต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง คุณพร้อมจะเลือกหรือไม่? ชีวิตของคุณคุณจะใช้มันเพื่ออะไร?

Moneyball: The Art of Winning an Unfair Gam เบื้องหลังชีวิตนักเบสบอล

เบื้องหลังชีวิตนักเบสบอลที่ดูยิ่งกว่าละคร แต่ทว่าสร้างจากเรื่องจริงของชีวิตนักเบสบอลในทีมเมเจอร์ลีก อีกหนึ่งความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้คือการตามติดชีวิตของผู้จัดการทีมเบสบอล ชีวิตในช่วงวิกฤติของการเงิน โดยที่เขาต้องเผชิญกับปัญหาจัดหาทุนสำหรับทีม นับเป็นสิ่งที่ยากลำบากในช่วงชีวิตของการเป็นผู้จัดการทีม เมื่อไม่มีเงินทุนในการซื้อนักเล่นบาสเก่ง ๆ ก็ทำให้ฟอร์มของทีมลดลงเรื่อย ๆ เขาจะแก้ปัญหาวิกฤติชีวิตการเป็นผู้จัดการทีมได้อย่างไร อ่านรีวิวแล้วคุณจะรู้

เบเนท มิลเลอร์ กับผลงานฝากชื่อ

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นผลงานอันฝากชื่อเบนเนท มิลเลอร์ ผลงานของเขาที่โดดเด่นจนเป็นผลงานสร้างชื่อเรื่องแรก นั่นก็คือเรื่อง Capote และหลังจากนั้นให้หลัง 6 ปี เขากลับมาด้วยผลงานภาพยนตร์เลื่องชื่อ อย่าง Moneyball: The Art of Winning an Unfair Gam บทบาทของในฐานะผู้กำกับในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือผลงานที่สร้างชื่อของเขา ทั้งดราม่าน้ำตานอง บวกกับการกำกับที่โดดเด่นเร้าอารมณ์ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ตราตรึงใจหลายต่อหลายคน

สิ่งที่ได้จากภาพยนตร์…ข้อคิดที่หลายคนซึ้งใจ

หากคุณได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้สิ่งที่จะได้รับอย่างแรกก็คือ ความเชื่อมั่นในความคิดที่เรานั้นมีอยู่ เชื่อในความฝันของตัวเอง อาจจะมีบ้างบางคราวที่เรามีความตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง หากไปขอความคิดเห็นของคนอื่น ๆ บางครั้งอาจจะเจอความคิดที่สกัดให้เราไม่สามารถเดินก้าวข้ามฝันได้ สิ่งที่สำคัญไปกว่าการขอคำปรึกษาจากใครสักคน ก็คือการเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง เช่นเดียวกับการเดิมพัน แม้จะมีสูตรมีคำแนะนำมากมาย แต่การเชื่อมั่นในเสียงตัวเอง คือสิ่งที่ VWIN ยันยันว่าดีที่สุด ในที่สุดก็ก้าวไปถึงฝั่งฝันเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เราทำนั้นไม่ใช่แค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ นอกจากการเชื่อในความฝันของตัวเองแล้ว การเอาชนะคือสิ่งที่เราควรมุ่งมั่นให้ได้มากที่สุด แม้โอกาสในการชนะจะไม่มากสักเท่าไร แต่หากเรามุ่งมั่นที่จะชิงชัย โดยไม่จำกัดวิธีการ ก็คือสิ่งที่จะทำให้เราไปสู่ความสำเร็จได้แบบไม่ยากเย็นเกินไปนัก อย่างสิ่งที่บีน ตัวเอกของเรื่องทำก็คือไม่ใช่การทุ่มเทเงินทองเพื่อซื้อนักเบสบอลเก่ง ๆ มา แต่เป็นการมองหานักเบสบอลที่ไม่ได้เล่นแบบเพอร์เฟ็กต์ แต่ทว่ามีความโดดเด่นจุดใดจุดหนึ่งและนำมาพัฒนาต่อจนกลายเป็นนักเบสบอลที่สมบูรณ์แบบได้

หนังที่ดูสนุกได้โดยไม่จำเป็นต้องดูเบสบอลเป็น หลาย ๆ คนเมื่อเห็นว่าเป็นภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับเบสบอลก็อาจจะคิดว่าต้องดูเบสบอลเป็นด้วยหรือไม่ แต่แท้ที่จริงแล้ว Moneyball: The Art of Winning an Unfair Gam เป็นภาพยนตร์ที่ใครก็ดูได้ แม้จะสร้างและเขียนบทจากเรื่องจริงก็ตาม สิ่งที่เป็นจุดแข็งของเรื่องนี้ก็คือการแสดงที่โดดเด่น มีฉากที่ชวนให้ลุ้นระทึก ใช้สมองอย่างมาก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังท้อแท้กับความฝัน การดูภาพยนตร์เรื่องนี้คือสิ่งที่ไม่ควรพลาด

Moneyball-เกมล้มยักษ์: เมื่อโลกเปลี่ยนไป คุณจะเลือก ล้าหลังแบบเก่าหรือเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ภาพยนตร์กีฬา ที่เข้าฉายในปี 2011 สร้างขึ้นจากหนังสือชื่อเดียวกันที่ออกมาในปี 2003 และเป็นเรื่องจริงของชีวิต บิลลี่ บีน และทีมโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ในฤดูกาลแข่งขันปี 2002 เรื่องเล่าถึงวงการเบสบอลที่ไม่ยุติธรรมในการจัดการทีมเมื่อมีทีมรวย ทีมจน และทีมที่แย่กว่าคำว่าจน แน่นอนว่าตัวดำเนินเรื่องมาจากทีมที่ฐานะทางการเงินต่ำที่สุดใน 3 ประเภท บิลลี่ บีน เป็นผู้จัดการทีมโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ ที่ผู้เล่นหลัก 3 คนถูกซื้อตัวไปด้วยเงินก้อนโตจากสโมสรที่ใหญ่กว่า ในโลกเบสบอลที่ชัยชนะเข้าข้างทีมที่มีเงินเยอะพอจะซื้อผู้เล่นที่เก่งกว่า ดีกว่าได้ ในขณะที่ทีมจนกว่าก็หาได้แต่ผู้เล่นที่รองลงมา ขณะที่บีนกำลังเจรจาซื้อตัวนักเล่นทดแทนสมาชิกที่ถูกซื้อตัวไป เขาได้พบ ปีเตอร์ แบรนด์ หรือพีท นักวิเคราะห์ที่ทำงานให้กับทีมที่บีนไปติดต่อขอซื้อผู้เล่น แม้ว่าพีทคือตัวการทำให้การซื้อขายครั้งนั้นไม่สำเร็จ แต่บีนเลือกจ้างพีทมาเป็นผู้ช่วยของตัวเองแทน

บิลลี่ บีน เป็นอดีตผู้เล่นเบสบอลดาวรุ่นที่ได้ทำสัญญาเป็นผู้เล่นอาชีพตั้งแต่อายุน้อย แต่อนาคตกลับไม่ได้ไปไกลอย่างที่ฝัน เค้าไม่สามารถแสดงความสามารถในสนามได้อย่างที่ถูกคาดหวังไว้ สุดท้ายบีนเลือกที่จะผันตัวเองมาเป็นผู้จัดการทีมจนถึงเหตุการณ์ในเรื่องเขามีอายุ 44 ปี ปีเตอร์ แบรนด์ หรือพีท เรียนจบเศรษฐศาสตร์ มหาลัยวิทยาลัยเยล อายุ 25 ปี พีทได้กลายเป็นผู้ช่วยบีน มีหน้าที่ผู้วิเคราะห์ผู้เล่นด้วยสถิติ และเลือกซื้อผู้เล่นที่ควรค่าแก่ความสามารถ มีหลายคนที่ถูกอคติในวงการเบสบอลตีค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น บีนและพีทเลือกที่จะใช้วิธีที่แตกต่างในการจัดการทีมเบสบอลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ และแน่นอนไม่มีใครในบอร์ดเห็นด้วยกับวิธีนี้

“มันสำคัญที่จะอธิบายให้ตัวเองมั่นใจในสิ่งที่เลือกต่างหาก ไม่สำคัญว่าใครจะต้องเข้าใจหรือไม่” เป็นสิ่งที่บีนคุยกับพีท ระหว่างที่แรงเสียดทานต่อการเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้ามา บีนสร้างทีมขึ้นมาใหม่ด้วยความเชื่อต่อข้อมูลที่ได้จากพีท ผู้เล่นหลายคนที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากทีมใหญ่ ๆ ถูกติดต่อไปให้มาร่วมทีมกับโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ ทีมใหม่ถูกสร้างขึ้นมา โค้ชค่อย ๆ ถูกทำให้ยอมรับวิธีคิดของบีน สุดท้ายเมื่อแผนการวางดีแล้ว ดำเนินการแล้ว จัดการทุกอย่างได้ตามแผนแล้ว ผลลัพธ์ก็ค่อย ๆ พิสูจน์ตัวเองออกมา เกิดเป็นสถิติใหม่ในการชนะ 20 เกมรวดติดต่อกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นี่เป็นโอกาสที่บีนจะปฏิวัติวงการเบสบอลที่ไม่ใช่แค่ทีมรวยเท่านั้นที่จะมีสิทธิชนะ แต่แค่ชัยชนะติดต่อกันคงไม่เพียงพอ และทีมโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ เพราะสุดท้ายพ่ายแพ้และไม่ได้แชมป์ในฤดูกาลนั้น อย่างไรก็ตามจำนวนครั้งที่ชนะของทีมโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ ที่พอ ๆ กับทีมรวย ๆ แต่กลับใช้งบประมาณน้อยกว่าถึง 6 เท่า Moneyball กลายเป็นโมเดลให้กลับทีมใหญ่ในการคว้าแชมป์ต่อมา

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของการต่อสู้ทั้งในสนาม และการต่อสู้ทางความคิด ไม่ว่าคุณจะชอบกีฬาเบสบอล สนใจตัวอย่างการลงทุน ต้องการสร้างกำลังใจหรือหาข้อคิดดี ๆ หรือเพื่อความบันเทิง Moneyball ตอบได้ทุกโจทย์ บอกได้คำเดียวว่าแล้วคุณจะรักหนังเรื่องนี้เมื่อดูจบ

The Replacements – ทีมอึดหัวใจสะโอด แม้ทีมจะเป็นแค่ตัวแทนแต่หัวใจเป็นของจริง

หนังคอมเมดี้ กีฬาอเมริกันฟุตบอล ที่เข้าฉายในปี 2000 เป็นเรื่องราวของทีมวอชิงตัน เซนติเนล ที่นักกีฬาตัวจริงทั้งทีมเกิดสไตรก์เพื่อเรียกร้องรายได้ที่มากขึ้น และไม่ยอมเล่นต่อกลางฤดูกาล ทั้ง ๆ ที่เหลืออีกเพียง 4 เกม และถ้าชนะอีกแค่ 3 เกมก็จะเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ได้ เจ้าของทีมเซนติเนลโอนีลล์ จึงเรียก จิมมี่ แม็กจินตี้ โค้ชเก่ารุ่นเก๋าที่เคยร่วมงานกัน เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอาตัวรอดฤดูกาลนี้ให้ได้ ด้วยการสร้างทีมตัวแทนขึ้นมาและเอาชนะให้ได้ 3 ใน 4 เกม โดยจิมมี่มีเงื่อนไขคือต้องได้สิทธิ์ในควบคุมทีม ห้ามใครแทรกแซงและสิทธิ์ในการเลือกสมาชิกในทีมด้วยตัวเอง

รายชื่อสมาชิกทีมตัวแทนที่จิมมี่คิดเอาไว้ เป็นการรวมผู้เล่นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ตัวชนจอมลุยจากหน่วย S.W.A.T ตัววิ่งลมกรดที่ทำงานในร้านขายของชำ ตัวกันพี่น้องที่ทำงานเป็นบอดี้การ์ด ตัวเตะตีนหนักเจ้าสำราญ และควอเตอร์แบ็กตัวทำเกม เช่น ฟาลโก ทำงานเป็นคนทำความสะอาดเรือยอร์ช อดีตนักกีฬามหาลัยมือดีแต่เพราะเคยพ่ายแพ้ย่อยยับในเกมซูการ์โบว์ลจึงหยุดอนาคตผู้เล่นอาชีพของเค้าไป นอกจากนี้ยังมี บาทหลวง นักโทษ นักซูโม่ และผู้พิการทางการได้ยิน ตัวเด่นของเรื่องคือ ฟาลโก ที่จิมมี่เห็นว่ามีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมแต่ขาดทีมที่มีความสามารถพอ ครั้งนี้จึงรวมคนที่โดดเด่นในทักษะต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทีมเฉพาะกิจนี้จะลงเล่นในฐานะผู้เล่นอาชีพโดยมีเวลาเตรียมตัวเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น ถ้าคิดกันจริง ๆ กว่าทีมจะเล่นเข้าขากันคงต้องซ้อมกันนานแรมเดือนแรมปี แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะหนังเรื่องนี้เป็นแนวคอมเมดี้ แค่เตรียมสนุกไปกับมุกเรียกเสียงฮาที่แทรกอยู่ตลอดเรื่อง และสีสันที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือทีมเชียร์ลีดเดอร์สาว ๆ ที่รวมตัวกันกันขึ้นใหม่เช่นกัน

การแข่งขันนัดแรกของทีมตัวแทนปรากฏว่าแพ้เละเทะ เพราะผู้เล่นยังไม่เข้าขากัน ยังไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน เรื่องราวค่อย ๆ ดำเนินต่อไป ผ่านการฝึกซ้อม ผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ให้ตัวละครค่อย ๆได้เรียนรู้กัน ในเรื่องจิมมี่ได้ให้ความสำคัญกับ ฟาวโก เป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะความสามารถในการสร้างสรรค์เกมใหม่ ๆ ของฟาวโก แต่ที่สำคัญกว่านั้นฟาวโกคือคนสำคัญที่ทำให้ทีมเซนติเนลกลับมามีหัวใจอีกครั้ง เพราะเงื่อนไขสำคัญในการทำให้เกิดเกมใหม่ ๆ มาจากสมาชิกในทีมที่มีหัวใจเดียวกัน ทีมเซนติเนลได้เอาชนะได้ในการแข่งขัน 2 นัดถัดมา ไม่ว่าจะเพราะความสามารถของทีมหรือโชคช่วยก็ตาม เหลือการแข่งขันอีกเพียงนัดเดียวที่จะตัดสินว่าทีมเซนติเนลจะเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้หรือไม่

จุดเปลี่ยนอยู่ที่ควอเตอร์แบ็กตัวจริงที่มีความพร้อมและทักษะเหนือกว่าฟาวโกทุกอย่าง ยอมกลับมาเล่นให้ทีมอีกครั้ง ในนาทีนี้เองที่โอนีลล์เลือกจะผิดสัญญากับจิมมี่และบังคับให้เอาฟาวโกออก แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าทีมที่ดีต้องมีหัวใจ และหัวใจของทีมทีมนี้ต้องมีฟาวโก บทสรุปของทีมตัวแทนนี้จะเป็นอย่างไร หัวใจของสมาชิกในทีมตัวแทนนี้จะเป็นของจริงแค่ไหน ต้องติดตามดูใน The Replacements รับรองว่าสนุกแน่นอน

Invincible สู้สุดใจ เกมนี้ไม่มีวันแพ้ หนังอเมริกันฟุตบอลที่จะปลุกไฟในตัวคุณ

หนังที่เข้าฉายในปี 2006 สร้างจากเรื่องจริงในวงการอเมริกันฟุตบอล ในช่วงปี 1976 ทีมฟิลาเดเฟียอีเกิล ประจำเมืองฟิลลี่ หรือ ฟิลาเดเฟีย ในรัฐเพนซิวาเนีย ที่ฟอร์มตกย่ำแย่และต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อทวงคืนความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โค้ชคนใหม่ ดิก เวอมีล ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าร่วมการคัดตัวเป็นสมาชิกทีมอีเกิล และลงเล่นเป็นผู้เล่นมืออาชีพใน NFL หนังมีตัวดำเนินเรื่องคือ วินส์ พาพาลี่ หรือ พีท ชาวฟิลลี่โดยกำเนิดที่ผ่านการคัดเลือกเพียงหนึ่งเดียวในครั้งนั้น

เรื่องเริ่มต้นโดยภาพชีวิตของพีทและสถานการณ์ของทีมอีเกิล ทีมอีเกิลแพ้ในการแข่งขันฤดูกาลที่แล้วอย่างเลวร้าย ส่วนพีทเป็นครูสอนหนังสือที่ถูกให้ออกจากงาน บาร์เทนเดอร์พาร์ทไทม์ ถูกภรรยาทิ้ง มีปัญหาการเงิน เป็นช่วงชีวิตที่เข้าขั้นเลวร้ายไม่แตกต่างกัน แน่นอนว่าการได้ร่วมทีมอีเกิลเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะจะมีสักกี่คนที่เป็นแฟนตัวยงของทีมและได้กลายมาเป็นสมาชิกของทีมที่ชื่นชอบตอนอายุ 30 แต่ต้องยอมรับก่อนว่าการที่มือสมัครเล่นจะต้องกลายเป็นมืออาชีพในช่วยข้ามคืนไม่ใช่เรื่องง่าย พีทไม่ได้เป็นที่รักของคนในทีม เค้ายังคงตามคนอื่นไม่ทัน บาดเจ็บจากการซ้อม แม้ความอดทนของเค้าจะส่งผลให้ได้ลงเล่นจริงในสนาม แต่เกมแรกที่ได้ลงเล่นก็ยังยืนยันความเลวร้ายไม่เปลี่ยนแปลง มีบทพูดหนึ่งตอนพีทคุยกับพ่อ แล้วพ่อพูดว่า “สิ่งที่ผู้ชายจะได้รับคือความล้มเหลวที่มากขึ้นๆ” ชีวิตของพีทถูกเสนอสลับกับสถานการณ์ของทีมอีเกิลที่การจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งย่อมยากเย็นไม่น้อย ฤดูกาลใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้วแต่อีเกิลก็ยังคงแพ้ซ้ำ ๆ

เวลาที่เราบอบช้ำกับชีวิต สับสนอลหมานกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามา หรือในช่วงเวลาที่จิตใจหวั่นไหวไปกับความล้มเหลว รู้สึกเหมือนโลกพร้อมจะพังได้ทุกนาที สิ้นหวังและอ่อนแรง มันคือช่วงเวลาสำคัญที่เราจะทบทวนตัวเองถึงวันแรกที่เลือกเดินทางนั้น ๆ ทบทวนไปถึงสิ่งที่รักที่สุด ในช่วงเวลาก่อนที่สิ่งที่รักนั้นจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดอย่างในทุกวันนี้ การได้ทบทวนตัวเองจะเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่หล่อเลี้ยงหัวใจให้ก้าวต่อไปได้ แม้ความคิดดี ๆ มันจะเหมือนกับการหลอกตัวเอง แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องมีในการเดินทางไปถึงเป้าหมาย หรือที่บางคนเรียกว่าความหวัง หรือความฝัน จนกว่าผลลัพธ์จะปรากฏ เช่นเดียวกับ พีทและทีมอีเกิล เมื่อทัชดาวน์แรกของพีทเกิดขึ้นในการแข่งกับทีมไจแอนด์ปี 1976 และได้เล่นให้กับทีมอีเกิลต่อไปอีก 3 ฤดูกาล ส่วนทีมอีเกิลเข้าสู่รอบซูปเปอร์โบลเป็นครั้งแรกในปี 1980 (เดือนมกราคม 1981) โดยการนำทีมของ ดิก เวอมีล

การเป็นทีมรองหรือการไม่สมหวัง แล้วพัฒนาตัวเองจนได้รับชัยชนะหรือประสบความสำเร็จเป็นเรื่องราวที่จะเล่าอีกกี่ครั้งก็ยังน่าฟังและน่าชื่นชมเสมอ แต่ Invincible พิเศษตรงที่เล่าเรื่องนี้ได้ดี คนที่ไม่เคยชมอเมริกันฟุตบอลมาก่อนก็สามารถอินไปกับเรื่องราวได้อย่างง่ายดายส่วนใครที่ชื่นชอบอเมริกันฟุตบอลโดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมอีเกิล ยิ่งพลาดไม่ได้ หรือจะดูเพื่อความบันเทิงหาแรงบันดาลใจ เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์แน่นอน

Italian Job (2003) หนังสำหรับคนที่ชอบเรื่องโจรกรรมหักเหลี่ยมเฉือนคม และที่สำคัญ รถมินิคูเปอร์

Italian Job เป็นหนังโจรกรรม แอ็กชั่น ดราม่า เข้าฉายปี 2003 ที่โกยรายได้จากทั่วโลกรวมกว่า 176 ล้านเหรียญสหรัฐ หนึ่งในหนังโจรกรรมหักเหลี่ยมชิงไหวพริบ ที่เรียกว่าพลาดไม่ได้ เริ่มต้นเรื่องด้วยการโจรกรรมสุดว้าวของทีมปล้นที่รวบรวมสมาชิกตัวจี๊ด 6 คนเอาไว้ด้วยกัน มีเป้าหมายเป็นตู้เซฟที่มีทองคำมูลค่ากว่า 35 ล้านปอนด์ พร้อมฉากไล่ล่าหลบหนีในคลองเวนิช การปล้นครั้งแรกสำเร็จอย่างเหนือชั้นบอกได้เลยว่าทีมปล้นทีมนี้ไม่ธรรมดา ตัวเอกของเรื่องคือ ชาลี ครูกเกอร์ (มาร์ค วาห์ลเบิร์ก) อัจฉริยะในการวางแผนปล้น ที่ทำให้แผนปล้นครั้งนี้สำเร็จอย่างไม่มีการบาดเจ็บ มีอย่างเดียวที่ผิดไปจากแผนคือ การหักหลังของสมาชิกจนทำให้ต้องสูญเสียทองทั้งหมดที่ปล้นมาได้และชีวิตของ จอห์น บริดเจอร์ หัวหน้าทีมที่หวังจะใช้ทองจากการปล้นครั้งนี้สำหรับชีวิตช่วงเกษียณ ภารกิจใหม่ของทีมที่เหลือจึงเริ่มขึ้นใหม่เพื่อเอาคืนสิ่งที่สูญเสียไป

                ชาลี ขอให้ สเตลล่า บริดเจอร์ (ชาลิซ เธอรอน) ลูกสาวของจอห์นเข้ามาร่วมทีมทดแทนจอห์นมือหนึ่งในการถอดรหัสตู้เซฟ พร้อมกับสมาชิกที่เหลือที่มีความสามารถในการทำระเบิด การคำนวณและคอมพิวเตอร์ และการขับรถที่หลบหนีได้ทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมกันทำภารกิจเอาคืนทองคำจากคนที่หักหลังพวกเขา แน่นอนว่าแค่เอาคืนด้วยกำลังคงไม่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่จดจำในฐานะหนังโจรกรรม ชิงไหวพริบ แผนการเอาคืนและการเตรียมการของภารกิจนี้รับรองว่าทำให้ว้าวได้มากกว่าฉากเปิดตัวแน่นอน และอย่างที่เห็นในตัวอย่างหนังสำหรับคนที่ชื่นชอบรถมินิคูเปอร์ เรื่องนี้ได้ใช้รถมินิเป็นพาหนะหลบหนีสุดเท่ แต่การจะเอารถมินิมาขนทองหลบหนี ก็ต้องมีมือดีมาช่วยปรับแต่ง เพราะรถมินิต้องแบกน้ำหนักทองคำ แรงพอจะหลบหนี พร้อมลุยทุกสภาพการขับขี่ และต้องไม่ใช่แค่ถนนธรรมดาแน่นอน เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้นก็ถือเวลาลงมือ มาลุ้นกันว่าแผนของชาลีครั้งนี้จะสำเร็จอย่างที่คิดหรือไม่

                Italian Job ปี 2003 เป็นหนังอเมริกัน Remake จากหนังอังกฤษ ปี 1964 ที่นำแสดงโดย ไมเคิล เคน ภาพจำของรถมินิ 3 คัน สีแดง น้ำเงิน และขาว ยังคงถูกนำมาดำเนินเรื่องเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเปลี่ยนจากรถ Austin Mini Cooper S Mk II รุ่นปี 1968 เป็นรถ MINI Cooper S คันสีแดง และ MINI Cooper ธรรมดา คันสีน้ำเงินและสีขาว รุ่นล่าสุดในช่วงเวลานั้น ใครที่ชื่นชอบรถมินิดูเรื่องนี้รับรองอิ่มอกอิ่มใจแน่นอน ยิ่งคนที่ชื่นชอบฉากขับรถไล่ล่า ยิ่งต้องติดตามดู เพราะจะได้เห็นฉากรถมินิวิ่งอยู่ในทางใต้ดิน และบนดินในเมืองลอสแอนเจลิสอย่างจุใจ ส่วนใครที่กำลังหาหนังโจรกรรมหักเหลี่ยมเฉือนคมดี ๆ สักเรื่อง Italian Job เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดไม่ว่าเหตุผลใด ๆ

รีวิว 21 เกมเดิมพันอัจฉริยะ เกมตัดสินอนาคตของคุณ

21 เป็นภาพยนตร์ที่เข้าฉายปี 2008 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ เบน แคมป์เบล เด็กหนุ่มอายุ 21 ปี นักศึกษามหาลัย M.I.T. อัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ ที่ต้องการทุนการศึกษาเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ที่ฮาวาร์ด เขามีประวัติที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบแต่ผู้สมัครคนอื่นก็ไม่แตกต่างกัน สิ่งที่เค้าขาดคือประสบการณ์ชีวิตที่จะทำให้แตกต่างจากผู้สมัครคนอื่น จุดเริ่มต้นของเรื่องคือเบนพลาดทุนเรียนต่อที่ฮาวาร์ด และเขาต้องการเงินเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ กว่า 300,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ เป็นจำนวนเงินที่ไม่มีทางหาได้จากงานนอกเวลาของเบน ที่ได้ชั่วโมงละ 8 เหรียญ ศ. มิคกี้ โรซ่า อาจารย์ที่ M.I.T. เห็นแววความสามารถของเบนโดยเฉพาะการตัดสินใจบนหลักการความน่าจะเป็นมากกว่าอารมณ์ มิคกี้จึงเลือกเบนเข้ากลุ่มที่รวมตัวเพื่อทำเงินจากการชนะเกมไพ่ Black Jack ที่ลาสเวกัส

ด้วยโอกาสหาเงินสำหรับเรียนต่อ กับประโยคเด็ดที่ว่า “ที่เวกัส คุณจะเป็นใครก็ได้ที่คุณอยากจะเป็น” เบนตกลงเข้าร่วมกลุ่มนี้ ด้วยพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์และตัวเลข หลังจากฝึกจดจำรหัสต่าง ๆ และวิธีการทำงานเป็นทีม เบนก็พร้อมที่จะเล่นเกม Black Jack และที่สำคัญคือเทคนิคการนับไพ่ เป้าหมายของเกม Black Jack คือ 21 แต้ม การนับไพ่ที่ออกมาแล้ว ว่าเป็นไพ่ใหญ่หรือไพ่เล็ก จะช่วยเพิ่มโอกาสการชนะในเกมได้มากขึ้น ไพ่ใหญ่จะเพิ่มโอกาสทำแต้มได้ใกล้เคียง 21 มากกว่า ไพ่เล็ก สมาชิกในทีมจึงกระจายกันนับไพ่ตามโต๊ะต่าง ๆ เพื่อรอเวลาที่ไพ่เล็ก ๆ ออกไปมากแล้ว เบนจะถูกเรียกไปลงเล่น เมื่อไพ่ใหญ่เหลืออยู่ในสำรับมากกว่า โอกาสชนะในเกมของเบนก็จะมากขึ้น ด้วยเงื่อนไขนี้ความสำเร็จของแผนการจึงขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ด้านคณิตศาสตร์ที่ถูกฝึกมาอย่างดีที่มีพร้อมในตัวของเบนนั่นเอง ฟังดูเหมือนแผนการนี้จะทำให้ทีมของเบนชนะได้อย่างง่ายดาย แต่อย่าลืมว่าเจ้ามือที่เสียรายได้จากแผนการนี้ก็ไม่ยอมง่าย ๆ เช่นกัน

มิคกี้จะมีประโยคเด็ด ๆ ที่ทำให้เบนและทีมชนะเกม Black Jack ตามแผน เช่น “สิ่งที่เราทำคือการนับไพ่ เราไม่ได้เล่นพนัน”, “อย่าปล่อยให้อารมณ์มีผลกับการตัดสินใจในเกม” และ “อย่าให้ถูกจับได้เพราะการนับไพ่” ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของมิคกี้ ทีมของเบนทำงานได้ดี เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างสนุกทุกครั้งที่เบนเล่น Black Jack ใช้ชีวิตที่เวกัส และมีรายได้ที่เกินกว่าเบนจะจินตนาการ ภาพในหนังตัดสลับกับชีวิตนักเรียนธรรมดาที่ M.I.T. ของเบนยิ่งทำให้เห็นว่าชีวิตในเวกัสของเขาหอมหวานขนาดไหน แต่มีดีก็ต้องมีร้ายเป็นเรื่องธรรมดา วันดี ๆ ของเบนที่เวกัส ต้องแลกมาด้วยคำโกหก ความลับ มิตรภาพ เรื่องราวนำไปสู่ความขัดแย้ง ความเจ็บปวด การสูญเสีย และการแก้แค้น ไม่ว่าดีหรือร้าย ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ บทเรียนทั้งหมดก็คือประสบการณ์ชีวิต และแน่นอนว่าประสบการณ์ชีวิตของเบนแตกต่างจากคนธรรมดาอื่น ๆ แน่นอน ใครที่ชอบหนังแนวชิงไหวพริบ และการพนัน ลองเลือก 21 เกมเดิมพันอัจฉริยะ กลับมาดูอีกรอบรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

The Favorite หนังชิงดี ชิงเด่น เล่นประเด็นริษยาแบบละครไทย

เมื่อปี 2016 เราได้ฮือฮากับหนังอินดี้เข้าถึงยากอย่างเรื่อง The Lobster กันมาแล้ว ซึ่งต้องยอมรับเลยว่า แม้หนังกุ้งมังกรเรื่องนั้นจะเต็มไปด้วยสัญลักษณ์และการตีความต่าง ๆ แต่กลับกลายเป็นหนังที่นักวิจารณ์ต่างก็ให้คุณค่าและให้คะแนนกันสูงมาก ใครจะรู้ว่าผ่านมา 2 ปี ผู้กำกับ Yorgos Lanthimos จะหันมาทำหนังย้อนยุค ออกแนวนางร้าย ชิงดี ชิงเด่น ที่ดูสนุก มีคลาส และที่สำคัญ เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย และเป็นมิตรกับคนดูมากขึ้นเยอะเลย

The Favorite เป็นหนังย้อนยุค เป็นเรื่องราวในช่วงสงครามอังกฤษกับฝรั่งเศส โดยอังกฤษมีสมเด็จพระราชินีแอนน์ (โอลิเวีย โคลแมน) เป็นผู้ปกครองประเทศ และทรงมีสหายคนสนิท ชื่อเลดี้ซารา หรือซาราห์ เชอร์ชิล (เรเชล ไวซ์) ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินกว่าการเป็นเพียงสหาย แถมยังทรงไว้วางใจให้ดูแลราชการบางอย่างแทนอีกด้วย และเมื่อวันหนึ่งสาวสวยที่ชีวิตตกอับอย่างอบิเกล ฮิลล์ (เอ็มม่า สโตน) เข้ามาในวังจึงเกิดสนามรบระหว่างเลดี้ทั้งสอง เพื่อแย่งชิงตำแหน่งตนโปรดของควีนแอนน์นั่นเอง ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่ ซาราห์ เชอร์ชิล กับควีนแอนน์ เป็นเพื่อนกันมาแต่เล็กแต่น้อย และเพราะความสนิทแบบเพื่อน ความผูกพันของผู้หญิงที่ใช้ชีวิตใกล้ชิตกันมาทั้งชีวิต เมื่อควีนแอนน์ได้ขึ้นปกครองประเทศ ซาราห์จึงได้ขึ้นเป็นคนสนิท และเธอก็รู้ใจ และรู้วิธีรับมือ ควีนแอนน์เป็นอย่างดี และด้วยแนวคิดของซาราห์นั้นฝักใฝ่และหนุนให้เกิดสงครามกับฝรั่งเศส เธอจึงเป็นผู้ชักใยพระราชินีให้ก่อสงคราม ทำให้เสียงในพระราชสำนักแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายหนุนสงคราม และฝ่ายคัดค้าน และเมื่อเอบิเกลเข้ามาก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอด สาวหัวสูงอย่าง อบิเกล ฮิลล์ จึงเลือกฝ่ายตรงข้ามกับซาราห์ เชอร์ชิล

เป็นหนังที่เสนอทั้งเกมริษยาของเหล่าสตรี และเสนอเกมการเมือง จุดเด่นคือเป็นหนังย้อนยุคที่สะท้อนภาพผู้หญิงร้าย ๆ ที่คงถูกจริตคนไทย ทั้งควีนแอนน์ ซาร่าห์ และเอบิเกลเล่นดีและเข้าถึงบทบาทมาก เอมม่า สโตนนอกจากจะสวยมาก ๆ แล้ว บอกเลยว่าการแสดงของเธอมีเสน่ห์จนยากจะละสายตาเลยทีเดียว และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือโอลิเวีย โคลแมน กับบทของควีนแอนน์ ผู้มีจิตใจและอารมณ์ไม่ค่อยปกติ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาแต่ใจ และมีปมสมัยเด็ก ซึ่งลิเวียถ่ายทอดความเป็นตัวละครนี้ออกมาได้สมบูรณ์แบบมาก ๆ  สำหรับราเชล ไวซ์ ก็แสดงบทผู้หญิงฉลาดร้าย และมีซีนอารมณ์ที่ตราตรึงมากเช่นกัน หนังเรื่องนี้การรันดีความมีคลาสและคุณภาพด้วยการเข้าชิงออสการ์ปี 2019 ถึง 10 สาขา ซึ่งก็คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิงมาครองได้ สำเร็จ สำหรับชาวสาวกละครหลังข่าวที่อยากเปลี่ยนมาเข้าชมหนังโรงไม่ควรพลาดเรื่องนี้เลย เพราะเป็นหนังฝรั่งที่มีความเป็นละครน้ำเน่า น่าหมั้นไส้ น่าหงุดหงิด แต่น่าดูมาก

Roma ความเรียบง่ายที่งดงามและติดตรึงในความทรงจำ

ใครจำหนังวัยรุ่น Coming of Age เรื่องนั้นได้บ้าง “And your mother too” หรือภาษาสเปน “Y Tu Mamá También” หนังสัญชาติเม็กซิโกเรื่องนั้นกำกับโดย ‘อัลฟอนโซ กัวรอน’ ออกฉายปี 2001 และถูกแบนในประเทศไทย เพราะหนังค่อนข้างมีฉากโป๊เปลือยเยอะ แต่ไม่รู้ทำไมพอดูแล้วมันมีความรู้สึกแปลก ๆ ติดอยู่ในใจ ทุกวันนี้พอเห็นหนังเรื่องไหนมีชื่อผู้กำกับคนนี้ เราจะสนใจหนังเรื่องนั้นทันที และทุกครั้งที่ดูจบเราก็จะเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ทุกทีสิน่า เช่น Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004) Children of Men (2006) Gravity (2013) และล่าสุดก็คือ Roma (2018)

Roma เป็นหนังขาวดำ ภาษาสเปน มีฉากหลังเป็นประเทศเม็กซิโก ในยุค 1970s เล่าเรื่องราวของสาวใช้คนหนึ่งที่ทำงานในบ้านของครอบครัวชนชั้นกลาง หนังเดินเรื่องโดยสาวใช้ คนนี้มีชื่อว่าคลีโอ เธอทำงานบ้านและช่วยดูแลลูก ๆ ของนายจ้าง เราจะเห็นว่าในเรื่องคลีโอมีความรักและคอยดูแลเอาใจใส่เด็ก ๆ ทั้งสี่คนมาก และเด็ก ๆ ต่างก็รักเธอ ระหว่างที่ทำงานเธอได้คบหาแฟนหนุ่มจนตั้งท้อง แต่พอคลีโอบอกเรื่องท้องกับแฟนเขากลับหนีหน้าและหายตัวไป หนังถ่ายทอดเรื่องราวหลัก ๆ อยู่ 2 ส่วนคือ เส้นเรื่องที่เป็นเรื่องราวการดำเนินชีวิตแบบชนชั้นยากจนของคลีโอ เธอเป็นเพียงสาวชาวบ้านชนบท เข้ามาทำงานเป็นสาวใช้ในเมือง และพยายามใช้ชีวิตแต่ละวันให้ผ่านไปได้ด้วยดี เป็นตัวละครที่ต้องพบกับช่วงเวลายากลำบากในชีวิตและพยายามที่จะก้าวผ่านไปให้ได้ด้วยการพึงพาตัวเอง แต่ขณะเดียวกันเธอก็ได้รับความช่วยเหลือฉันท์เพื่อนมนุษย์จากนายจ้างที่เห็นใจและช่วยเหลือเธอเหมือนคนในครอบครัว และอีกส่วนหนึ่งเป็นเส้นเรื่องที่เป็นเรื่องราวของครอบครัวนายจ้างของคลีโอ สะท้อนวิธีครอบครัวชนชั้นกลางในเม็กซิโก ปัญหาการหย่าร้าง แสดงให้เห็นความไร้เดียงสาของเด็ก ๆ ที่ไม่รู้ว่าการหย่าร้างของพ่อแม่นั้นเป็นเรื่องที่เจ็บปวดใจแค่ไหน แต่ที่เห็นได้ชัดคือเด็กทุกคนรักคลีโอมาก และคลีโอเองก็นักและห่วงใยเด็ก ๆ มากเช่นกัน ซึ่งฉากจบของเรื่องก็สื่อความรักนั้นออกมาจนน่าขนลุก

                ล่าสุดหนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2019 ถึง 10 สาขา (รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี) และชนะมาถึง 3 สาขา ได้แก่ ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม และกำกับภาพยอดเยี่ยม ว่ากันว่า อัลฟอนโซ กัวรอน ทำหนังเรื่องนี้เพราะต้องการบอกเล่าและกล่าวขอบคุณพี่เลี้ยงในวัยเด็กของเขา จึงไม่แปลกใจเลยที่ หนังฉายให้เห็นเรื่องราวที่เป็นวิถีธรรมดาสามัญของครอบครัว ฉายความรักที่งดงามไร้เดียงสาของสาวใช้กับเด็ก ๆ  ส่วนตัวแล้วมีความรู้สึกว่าโรมาเป็นหนังที่ภาพสวย ถ่ายทอดออกมาได้ดีทั้งอารมณ์และความรู้สึก เป็นหนังที่ไม่ได้เน้นปมขัดแย้ง ไม่มีไคลแมกซ์ที่สร้างความปวดใจรุนแรง แต่อารมณ์การเดินเรื่องแบบราบเรื่อยของหนังนั้น ทำให้หนังงดงามและน่าประทับใจ