การตามหาที่น่าพิศวง Searching เสิร์ชหา สูญหาย

                ลองจินตนการดูเล่น ๆ ว่าถ้าวันหนึ่งคนสำคัญในชีวิตของเราหายไปออกจากบ้าน และไม่สามารถติดต่อได้เลย เราจะมีความรู้สึกอย่างไร คงจะเป็นความรู้สึกที่เป็นห่วงและทรมานมาก หนังเรื่อง Searching หรือในชื่อไทยคือ เสิร์ชหา สูญหายนั้น จะถ่ายทอดอารมณ์เรื่องราวของการลูกสาวสุดที่รักของตัวเอกในเรื่อง ที่หายไปออกจากที่ได้อย่างไร้ร่องรอย และพ่อไม่สามารถติดได้ต่อ ถือเป็นหนังกำลังจะเข้าฉายที่มาแรงอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

หนังเรื่อง searching มีจุดเด่นที่ดึงดูดคนดูมากมายตั้งแต่ยังไม่เข้าโรง เช่นเรื่องของ plot หนังที่ทำได้น่าสนใจ และหลายคนที่ต้องการจะรู้คำตอบว่าลูกสาวของตัวหลักของในเรื่องที่ชื่อ David Kim นั้นหายไปไหน และหายไปทำอะไรกันแน่ โดยเรื่องราวคร่าว ๆ ของหนังก็คือมีครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นครอบครัวหนึ่ง มีสมาชิกพ่อ แม่ และลูกสาวคนหนึ่ง ซึ่งครอบครัวนี้มีการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คเหมือนคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่ลูกสาวพึ่งเกิด จากนั้นก็มีการบันทึกเรื่องราวและกิจกรรมต่าง ๆ ของครอบครัว Kim มาเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ลูกสาว Margot Kim โตเป็นสาววัยรุ่น และคุณแม่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่เรื่องราวจริง ๆ มันเริ่มขึ้นในวันหนึ่งที่ตัวของลูกสาวนั้นหายออกไปจากบ้าน โดยที่พ่อไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เมื่อทุกอย่างผิดสังเกต พ่อจึงพยายามตามหาลูกทุกวิถีทาง เพื่อที่จะหาลูกให้เจอ โดยพ่อได้ทำการแจ้งความ และหาข้อมูลต่าง ๆ ของลูกจากเพื่อนของลูก และเบาะแสต่าง ๆ ที่มีคนพบเห็นลูกสาวของเขา แต่เรื่องยิ่งกลับแย่ลงเมื่อมีเบาะแสของลูกตนเองในทางที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการทำบัตรปลอม และมีการถอนเงินสดออกจากธนาคารเป็นเงิน 2500 ดอลล่าร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก ทำให้เราต้องเอาใจช่วยคุณพ่อหาตัวลูกสาวให้เจอ รวมไปถึงเหตุผลว่าทำไมลูกสาวถึงทำแบบนี้

ลงทุนไปไม่มาก แต่สามารถเป็นกระแสได้ไม่ยาก

                นอกจากเรื่องราวของ plot หนังที่น่าลึกลับ น่าค้นหา และปริศนามากมายแล้ว Searching ยังมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งเลยก็คือ วิธีการถ่ายทอดหนัง หลายคนที่เป็นแฟนหนังผีหรือหนังสยองขวัญสั่นประสาท คงไม่มีใครไม่รู้จักหนังเรื่อง Paranormal Activity ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในบ้านหลังหนึ่ง ที่มีเรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นมากมายในบ้าน ทำให้คนในบ้านตัดสินใจที่จะบันทึกภาพเหตุการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้น โดยใช้กล้องวิดีโอในการบันทึก ซึ่งจุดนี้แหละ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจในหนังเรื่องนี้ นั่นก็คือตัวหนังตั้งแต่ต้นจนจบ ภาพที่คนดูจะเห็นจากหนังนั้นก็คือภาพจากกล้องวิดีโอที่ตัวละครได้ทำการบันทึกไว้ทั้งหมด แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และน่าสนใจมาก ๆ ในยุคนั้น

หนังเรื่อง Searching ก็เช่นกัน ทุกเหตุการณ์ที่เราจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้จะถูกเล่าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คในแต่ละช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook Skype หรือ YouTube ทำให้เป็นการเพิ่มความน่าสนใจและคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ให้กับตัวหนังอย่างมาก และที่สำคัญคือไม่ได้ใช้งบประมาณที่มากมายอะไร แต่ก็สามารถเป็นหนังติดกระแส และมีคนให้ความสนใจอย่างล้มหลาม

Searching เสิร์ชหา สูญหาย หนังแนวลึกลับยุคใหม่ที่น่าจับตามอง และได้รับคะแนนรีวิวสูงจากหลาย ๆ ช่องทาง เริ่มเข้าฉายวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้ อยากดูหนังที่ตื่นเต้น และน่าค้นหา อย่าพลาด Searching เสิร์ชหา สูญหาย

คะแนน: B+

 

A Quiet Place ดินแดนไร้เสียง

วันนี้เรามาเอาใจคนรักภาพยนตร์ที่เป็นสาวกแนวระทึกขวัญ หลอนประสาท และกดดันกันสุดขีด กับภาพยนตร์ระทึกขวัญแนวใหม่ ที่ไม่ต้องใช้คนแสดงเป็นสิบก็ดำเนินเรื่องได้แบบถึงใจสุด ๆ มีตัวละครที่ดำเนินเรื่องคือ คู่สามีภรรยาและลูก ๆ ของพวกเขา ซึ่งรับบทโดยเอมิลี่ บลันต์ ภรรยาในชีวิตจริงของจอห์น คราซินสกี รับหน้าที่เป็นทั้งพ่อในเรื่องและเป็นผู้กำกับอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนังแนวระทึกขวัญที่ดีที่สุดของปีนี้เลยทีเดียว เพราะเนื้อเรื่องเล่นกับความเงียบ และความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นปมปัญหาที่ขนาดคุยกันด้วยเสียงยังก็แก้ยาก แล้วเรื่องนี้ต้องคุยกันด้วนภาษามือ กดดันคนดูจนแทบไม่กล้าหายใจกันเลยทีเดียว

เริ่มต้นเรื่องราวด้วยความเงียบ พร้อมกับบรรยากาศของเมืองที่เหมือนจะร้างจนไร้ผู้คน แต่ก็มีครอบครัวหนึ่งที่ยังอยู่รอด นั่นคือ ครอบครัวแอบบอตต์ พวกเขากำลังจะเดินทางด้วยเท้า เพื่อไปสร้างหลักแหล่งอยู่นอกเมือง โดยการโรยทรายไปตามทางเพื่อไม้ให้เกิดเสียงเวลาเดิน ในแต่ละวันพวกเขาต้องดำเนินชีวิตกันแบบไร้เสียง เพราะถ้ามีใครทำเสียงดังขึ้นมาละก็ เจ้าสิ่งลับมันจะบุกมาคร่าชีวิตของพวกเขาทันที เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยความเงียบ สำหรับคนที่ไปดูในโรงภาพยนตร์คงจะรับรู้ความรู้สึกที่ว่า หนังสามารถคุมคนดูได้อย่างอยู่หมัด จากที่มีเสียงคนคุยกันคึกคัก เสียงขบเคี้ยวขนมในตอนแรก พอเมื่อหนังเริ่มฉายได้ไม่ถึง 5 นาที ทุกอย่างก็เงียบสนิท เหมือนไม่มีคนดูอยู่ในโรง เมื่อมีฉากที่เกิดเสียงดังก็จะได้ยินเสียงสูดลมหายใจของคนในโรงอย่างแผ่วเบา เรียกได้ว่าเป็นหนังเงียบที่ทำได้ดีสมกับชื่อเรื่องจริง ๆ

ปมของหนังเล่นกับความรู้สึกของคนดูอย่างหนักหน่วง ความกดดันที่ไม่สามรถออกเสียงได้ ความเศร้าโศกจากการสูญเสียลูกชายตัวน้อย ๆ ไป และความเจ็บปวดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ไม่สามารถปลอบโยน หรือแม้แต่ร้องไห้ให้ลูกได้ เป็นความเจ็บปวดที่ดาราชื่อดังอย่าง เอมิลี่ บลันต์ ต้องใช้ทักษะในการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าที่ยากมาก ๆ แต่เธอก็สามารถทำออกมาได้เข้าถึงคนดูอย่างลึกซึ้งจริง ๆ เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปเกือบสองร้อยวัน แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อุบัติขึ้น เมื่อเธอเกิดตั้งครรภ์ ไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะคลอดทารกออกมาโดยไม่ใช้เสียง พวกเขาจึงพยายามสร้างห้องเก็บเสียงขึ้นมา ในส่วนนี้หนังสื่อถึงบทบาทของพ่อแม่ได้ชัดเจน การพยายามหาหนทางที่จะปกป้องลูกๆ และช่วยลูกสาวคนโตที่หูหนวก ซึ่งเป็นอีกตัวละครที่ต้องขอชื่นชมว่าแสดงได้ดีจริง ๆ เพราะมิลลิเซ็นต์ ซิมมอนด์ ในบทเรแกน เธอคือเด็กสาวที่หูหนวกจริงๆ ซึ่งถือว่านักแสดงทุกคนทำงานกันอย่างหนักเลยทีเดียว

สำหรับใครที่ยังลังเลว่าควรดูดีหรือไม่ หรือไม่เคยดูหนังแนวระทึกขวัญกดดันความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ขอแนะนำให้ลองเปิดใจให้กับเรื่องนี้ดูนะ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

The Boss Baby เรื่องราวของเบบี่ที่ดูแล้วแฮปปี้ทั้งครอบครัว

การ์ตูนอนิเมชั่นสุดน่ารักของค่าย ดรีมเวิร์ค ที่การันตีคุณภาพจากผู้กำกับชื่อดังอย่าง ทอม แมคเกรท เข้าฉายในไทยเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2017 และได้กระแสการตอบรับที่ดีเกินคาด ด้วยสไตล์หนังที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้เด็ก ๆ ดูเท่านั้น เนื้อเรื่องจึงมีการโชว์ความน่ารักอย่างโดดเด่นของตัวละคร มีทั้งฉากสนุกสนาน ฉากให้ข้อคิด และฉากที่จะทำให้คุณประทับแบบลืมไม่ลงเลยล่ะ

เปิดฉากเล่าเรื่องด้วยการผจญภัยในดินแดนแห่งจินตนาการสุดสร้างสรรค์ของ ทิโมธี เท็มเบลตัน หรือ ทิม (ให้เสียงโดย Miles Christopher Bakshi) อายุ 7 ขวบ พร้อมประโยคที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจกับหลาย ๆ คน ตัวละครพยายามจะแสดงให้เห็นว่าตอนเด็กนั้นจินตนาการเป็นของเรา ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงความถูกผิดใด ๆ ทิมมีช่วงเวลาที่แสนมีความสุข ได้ฟังเพลงพิเศษ และได้รับอ้อมกอดที่อบอุ่นในทุก ๆ คืน แต่แล้วจู่ ๆ พ่อเท็ด (ให้เสียงโดย Jimmy Kimmel) และแม่เจนิซ (ให้เสียงโดย Lisa Kudrow) ก็ถามว่าทิมอยากจะมีน้องชายสักคนหรือเปล่า ถึงแม้ว่าเขาจะตอบไปว่าการเป็นลูกคนเดียวนั้นมีความสุขแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้การตัดสินใจที่อยากจะมีลูกชายอีกคนหนึ่งของพ่อและแม่เปลี่ยนไป

ตัดภาพมาที่ฝั่งของบริษัทผลิตทารก ที่วาดลายเส้นได้สบายตาและน่ารักสุด ๆ รางเคลื่อนย้ายเบบี๋รูปร่างคล้ายกระดานลื่นขนาดใหญ่ ที่เรียกได้ว่าผู้ใหญ่เห็นแล้วก็อยากที่จะลองเล่นกันสักครั้งเลยทีเดียว ใช้สปริงเด้งในการแบ่งเพศชายหญิง และคัดเลือกครอบครัวโดยการหาจุดที่บรรดาทารกนั้นจะรู้สึกบ้าจี้ ส่วนเบบี๋คนไหนที่มีข้อแตกต่างจากคนอื่น ก็จะถูกส่งตัวเข้าไปทำงานในออฟฟิตของบริษัทผลิตทารกทันที เกิดมายังไม่ทันได้เป็นเด็กเล่นซนตามวัย ก็ต้องใส่สูทผูกไทต์กลายเป็นผู้ใหญ่ซะอย่างนั้น น่าสงสารจริง ๆ

แล้ววันแรกที่ครอบครัวเท็มเบลตันจะมีสมาชิกเพิ่มอีกคนหนึ่งก็มาถึง เมื่อจู่ ๆ ก็มีแท็กซี่มาจอดที่หน้าบ้านของทิม พร้อมกับมีเด็กทารกที่ใส่สูท และถือกระเป๋าสีดำใบใหญ่ แถมยังโชว์สเต็ปการแดนซ์ขั้นเทพ ลงมาจากรถอีก หลังจากบอสเบบี๋เข้ามาอยู่ในครอบครัวของทิม บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป ทุกคนหัวหมุนอยู่กับการดูแลทารกน้อย และยังมีเวลาให้ทิมน้อยลง จนทิมเริ่มรู้สึกน้อยใจ ทุก ๆ พื้นที่ที่เคยเป็นของเขา ตอนนี้กลับถูกใช้เป็นที่วางของเล่น ของเจ้าหนูเบบี๋ไปซะหมด เป็นอีกฉากที่ทำให้รู้สึกจุกได้ดีเช่นกัน เพราะปัญหาที่เด็กรู้สึกว่าได้รับความรักอย่างไม่เท่าเทียมนั้นเกิดขึ้นจริง กับสังคมสมัยนี้ในหลายครอบครัว เนื้อเรื่องก็แก้ปัญหาได้ด้วยวิธีที่อบอุ่นหัวใจมากเลยทีเดียว

เรียกได้ว่าเป็นอนิเมชั่นที่ครบรสจริง ๆ ทั้งเรื่องราวการแบ่งปันความรักต่อคนในครอบครัว มิตรภาพระหว่างเพื่อนพ้องน้องพี่ และเรื่องราวการผจญภัยอีกมากมาย ที่จะทำให้คุณรู้สึกอบอุ่นอบอวลไปด้วยความน่ารักของทุกตัวละครในเรื่อง และได้แรงบันดาลใจอย่างล้นหลามแน่นอน บอกเลยว่าเรื่องนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด