Her แด่คนรักที่เอิกเกริกในงานเลี้ยงที่แสนเงียบเหงา

จะมียุคใดที่เราจะอินไปกับหนังเรื่อง Her ไปได้มากกว่าในช่วงทศวรรษนี้อีก คงพูดได้แค่ว่าหนังเรื่องนี้ถ้าย้อนกลับไปดูเมื่อสักสิบยี่สิบปีก่อน ตัวเรา ๆ เองอาจไม่ได้เข้าใจ หรือเข้าถึงหนังมากขนาดนั้น เพราะการตกหลุมรักปัญญาประดิษฐ์ทำให้เราดูเป็นคนไร้ปัญญาไปเลย จนบางครั้งก็เกือบลืมไปว่าไม่ว่าตอนไหนที่มนุษย์หลงรักอะไรสักอย่าง พวกเราก็มักจะโง่เขลาเบาปัญญาอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

หลงรักเพราะเสียง

เมื่อความเหงาเงียบเชียบโรยตัวอยู่ตามพื้นห้องและบนไดที่ซับเวย์ หลังจากที่ต้องร้างลาจากชีวิตคู่ สู่ความอ้างว้างฉบับชายโสดสุดโศก ทีโอดอร์ หนุ่มนักเขียนโลกกว้าง ดื่มน้ำผึ้งแทนน้ำเปล่า และใช้แสงจันทร์แทนโคมไฟ ความโรแมนติกในตัวที่ล้นเอ่อทำให้งานของเขาไปได้สวย แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เอาไหนเสียเลย และแล้วการเข้ามาของโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างซาแมนธา ก็กลับเปลี่ยนชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

ในแง่ของเจ้านายกับลูกน้อง ซาแมนธาโดดเด่นปราดเปรียว รู้ใจเขาอย่างที่ไม่เคยมีใครเป็นได้มาก่อน ทีโอดอร์เริ่มพยายามปลุกตัวเองให้ตื่นจากภวังค์แห่งความเหงาเงียบ ถีบตัวเองออกจากมุ้งของความโดดเดี่ยว แต่แล้วจุดขายสำคัญของเรื่อง คือความรักที่มาจากเสียง ก็กลับทำให้เขากลายเป็นคนละคนจากตอนต้น จมจ่อมในความรัก และน่าพิศวงที่ความรักนั้น เกิดขึ้นจากเสียง ไร้รูปกาย หรือสัมผัสใด ๆ แต่เขาก็ยังยินดีจะโอบเอาความรักนั้นเข้าสู่หัวใจอย่างอิ่มเอม

ส่วนสำคัญที่ทำให้เราคนดูเองมีหลงเกือบจะรักไปกับซาแมนธา โปรแกรมคอมพิวเตอร์สาวสมองใส มีมุกตลก ฉลาด อีคิวสูง และรวบรวมทุกสิ่งอย่างที่เราจะใฝ่ฝันถึงคนรักสักคนเอาไว้ในตัวเธอได้อย่างครบถ้วน เมื่อมันถูกถ่ายทอดมาด้วยน้ำเสียงของ สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน นี่เองที่เป็นจุดจดจำของเรื่อง ที่ทำยังไงก็ลืมไม่ลง กับความเซ็กซี่ขี้เล่นที่พยายามจะฉุดให้เราตกลงในหลุมรักอย่างไม่ทันได้รู้สึกตัว

อกหักเพราะเสียง

แต่แล้วหนังก็กลับหักหลังเราจนเดาะได้อย่างเจ็บแสบ เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แนวโรแมนติกเสียอย่างเดียว มันยังคงมีความดราม่าเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วหยดน้ำตาที่ซ่อนตัวอยู่ตามอารมณ์รักโลภโกรธหลงก็โผล่เข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวหรือเตรียมใจ ความเงียบเหงาเว้าแหว่งของตัวละครหลักอย่างทีโอดอร์ทำให้ใครหลายคนเห็นภาพเป็นตัวเองสวมแทนตัวเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับความรู้สึกรักว่ามันมีขีดจำกัดเพียงใด ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถทลายกำแพง โอบความรักไว้เพียงแค่เสียง ไม่ต้องสนใจคนธรรมดาต่อไปจริง ๆ หรือไม่ หรือท้ายที่สุดแล้ว การพบปะมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันจะย่อมเป็นสิ่งที่สัตว์สังคมจะขาดไปไม่ได้ แต่ทั้งนี้ ความรักที่ทีโอดอร์มีต่อซาแมนธา อย่างไรจะเรียกมันว่าความรักก็คงไม่ผิดแน่

Knives out นักสืบแห้ว ฆาตรกรห่วย และชะตาของคนดวงซวย

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน หลักการการนำ Genre ของหนังมาผสานกันก็เริ่มเปิดกว้างขึ้นทุกที เหมือนกับที่ Knives out บัญญัติตัวเองไว้ในหมวดหนังสืบสวนพ่วงคอมเมดี้เล็ก ๆ และถึงแม้จะโปรยชื่อไทยเอาไว้ว่า ฆาตกรรมหรรษาใครฆ่าคุณปู่ ก็ตามที ทว่าตัวหนังไม่ได้เล่าผ่านบทของนักสืบเหมือนหนังสืบสวนทั่ว ๆ ไป ยังมีฟากของฆาตกรที่กลมกลืนไปกับเรื่องได้อย่างน่าสนใจ

นักสืบผู้ไขคดีด้วยรอยยิ้ม

Knives out มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากเรื่องของบัลลังก์มีดที่ถูกใช้ประกอบฉาก ในเกือบทุก ๆ ฉากที่มีความสำคัญกับเรื่อง แถมยังเป็นพร้อมเสริมที่ขับให้ชื่อเรื่องโดดเด่นในตัวของมันเอง ทั้งในแง่ของความหมายคำว่า Knives หรือความนัยที่ผู้กำกับจงใจซ่อนไว้ก็ตามแต่

บรรยากาศในเรื่องเป็นไปอย่างไม่เคร่งเครียดมากนัก ถึงแม้จะมีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นก็ตามที การปรากฏตัวของนักสืบชื่อดัง Benoit Blanc ที่รับบทโดยดารารุ่นใหญ่วัยเก๋าอย่าง แดเนียล เคร็ก หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในบทบาทของ สายลับเจ้าเสน่ห์อย่าง เจมส์บอนด์ ที่การพลิกบทบาทของเขาในเรื่องนี้ทำให้การสืบสวนหลุดจากกรอบความรู้สึกอย่างที่หนังสืบสวนเรื่องอื่น ๆ ได้ทำเอาไว้ อารมณ์ขันเล็ก ๆ ที่สอดแทรกตลอดเรื่อง ในบทสนทนา ลูกล่อลูกชนที่มีไว้ต่อกรกับ ฆาตรกร ในเรื่องเป็นไปได้อย่างแยบยล

อีกหนึ่งสิ่งที่หลีกเลี่ยงจะพูดถึงไม่ได้ของ คริส อีแวนส์ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจไม่น้อย แม้การแสดงของเขาจะเป็นที่ยอมรับอยู่แล้วก็ตาม ทว่าตัวละครสำคัญในเรื่องอย่าง Ransom ที่ได้หน้าตาอันหล่อเหลาฉุนเฉียวของคริสมาประกอบก็กลายเป็นองค์ประกอบที่พลาดไม่ได้ของเรื่องทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น นักแสดงเบอร์ต้น ๆ หลาย ๆ ท่านก็สามารถขับเน้นบุคลิกอันหลากหลายของคนภายในบ้านออกมาได้อย่างเฉียบขาดและเป็นที่จดจำอย่างมากที่สุด

อันที่จริงในส่วนของเนื้อเรื่องที่จะพาให้เราคิดตาม ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ใช่การคิดไล่ล่าตามว่าใครคือฆาตกร แต่จะเป็นการคิดสองฝั่ง คือการช่วยลุ้นให้ฆาตกรรอดพ้นจากข้อกล่าวหา หรือช่วยลุ้นให้คุณนักสืบสอบสวนคดีได้สำเร็จ และมีเหตุผลใด ๆ บางข้อที่อาจทำให้เรื่องนี้ดูเหนือจริงไปเสียหน่อย

หนังสืบสวนที่เสียดแทง

อย่างไรก็ตาม Knives Out ก็เป็นอีกหนึ่งหนังสืบสวนเรื่องใหม่ ๆ ที่ทำให้เราได้เปิดใจกับการเสพเนื้อเรื่องในแนวใหม่ ๆ ในวิถีการเล่าที่แตกต่างไปจากเดิม ทั้งนี้ก็ยังคงเป็นภาพยนตร์เรื่องที่คุ้มค่าต่อค่าตั๋วอยู่ดี เพราะภาพในฉากต่าง ๆ ได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ในแง่ของศิลป์และศาสตร์ ทำให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมและมีภาพจำเกี่ยวกับเรื่องราวนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจน เป็นต้นว่าวงกลมใบมีดที่พุ่งเข้าหัวคนนั่งเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะที่ไม่ว่าอย่างไรก็คงติดตาทั้งผู้ชมที่ชอบและไม่ชอบหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน

Portrait of a Lady on Fire หนังอาร์ท ที่ติสท์เกินเข้าใจ?

Portrait of a Lady on Fire คือหนังสัญชาติฝรั่งเศสที่ถ้าคุณไม่ได้พูดภาษาฝรั่งเศสคงต้องพึ่งซับไตเติ้ลเอา แต่ในตัวหนังมีสัญญะบางอย่างมากมายที่ขับขานเรื่องราวความรักในแบบที่โลกอาจไม่เข้าใจนัก สู่ภาษาแบบที่คนทั่วโลกเห็นแล้วต้องเข้าใจ ความรักของหญิงสาว สู่หญิงสาว โดยหญิงสาวเอง สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทและนัยน์ตาของผู้รับชม น้อยกว่าเวลาที่หนังเล่นวนอยู่ในใจหลังจากโรงปิดเสียอีก

ศิลปะแห่งการถ่ายทอดเรื่องราว

ที่เราต้องเรียก Portrait of a Lady on Fire ว่าเป็นหนังอาร์ตเพราะมันอาร์ตอย่างเต็มปากเต็มคำ เอาแค่อาชีพของนางเอกก็เป็นจิตรกรแล้ว แม้เธอจะมีอิสระ ไม่ต้องผูกมัดกับขนมธรรมเนียมใด ๆ แต่หญิงคนที่เธอรักกับโดนห่วงโซ่ของพิธีการแต่งงาน สร้างครอบครัว และมีลูก รัดรึงไว้แน่นหนา นอกจากนี้ ยังประสิทธิ์ประสานศาสตร์และศิลป์ในอีก ๆ หลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นคีตศิลป์ ดนตรีศิลป์ หรือวรรณศิลป์เองก็ตามแต่

ตำนานการหันหลังกลับของชายผู้ทวงคืนหญิงคนรักจากนรกเป็นที่ถกเถียงกันในเรื่องอย่างน่าฉงนใจและชวนให้คิดตาม อีกทั้งยังมีสารลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สอดแทรกเอาไว้ตลอดเรื่อง จนต้องตั้งใจดูอยู่หลายครั้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นถูกทาบทับด้วยกรุ่นไอรักจากจิตรกรหญิงและนางแบบสาว ที่คนทั่วโลกที่ใช้ต่างภาษากันคงดูได้อย่างเข้าใจโดยไร้ซึ่งคำบรรยายใด ๆ ว่าหล่อนทั้งสองรักกันอย่างถึงก้นบึ้งของจิตใจ

กระทั่งฉากจบ Portrait of a Lady on Fire ก็สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาด้วยตัวเอง จากการล้อกับตำนานที่ถูกนำมาพูดถึงในเรื่อง การหันหลังกลับไปเพื่อจดจำบางสิ่ง ละทิ้งบางอย่าง กับการจ้องมองไปข้างหน้าเพื่อเฝ้ารอคอยวันที่สองเราจะได้เคียงข้าง สิ่งเหล่านี้ผู้กำกับไม่ได้บอกเล่าพวกเราโดยตรงแบบพูดกรอกหู หากแต่การกระทำของตัวละครก็ทำให้เราเชื่อกันอย่างเหลือเกินว่าความโศกเศร้าที่ระอุในหน้าจอ ช่างขัดแย้งกับคำบอกเล่าของตัวละครเอง ผ่านบทเพลงที่ถูกเล่นในเรื่องเพียงแค่สองครั้ง แต่กลับดังก้องยาวนาน กินเวลาหลายปี จนเด็กคนหนึ่งเติบโต ความรักยังไม่มอดจาง ไม่เคยเลือนหาย

ความงดงามของหนัง

เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงที่ได้ให้ไปกับการรับชม Portrait of a Lady on Fire คือสองชั่วโมงที่ได้ให้จิตวิญญาณได้ดื่มกินความรักระคนโศกที่สวยงามราวกับภาพวาด ถ้าตัดคำสร้อยทุกสิ่งอย่างที่จะบรรยายเพื่อชมเชยความงามงดของผลงานทั้งหลายภายในเรื่องอย่างหมดจดไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือกลิ่นไอความเศร้าที่โดดเดี่ยวจากการขาดรัก ที่ซึมลึกอยู่ในใจ ถึงขั้นที่ว่าไม่ว่าเห็นภาพฉากใดก็ตามจากหนังเรื่องนี้ ความรู้สึกเศร้าซึมก็จะตีขึ้นมาที่อกทุกครั้ง เหมือนได้สบตากับตัวละครสักตัว แล้วพบเจอแต่ความอาลัยรักอยู่ในนั้น

The Great Gatsby ขอสดุดีแด่แกสบี้ผู้ยิ่งใหญ่

The Great Gatsby เป็นที่รู้จักกันในนามของหนังสือชื่อดังก้องโลก และหนังชิ้นโบว์แดงของลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ ซึ่งเชื่อว่าแฟนคลับของเขาหลาย ๆ คนคงไม่พลาดเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะได้ดาราแม่เหล็กมาร่วมแสดงกันหลายคนแล้ว หนังยังทุ่มทุนสร้างความยิ่งใหญ่ตระการตาของแกสบี้ ให้สมกับที่หัวใจของเขาถวิลหา แต่ก็ยังน้อยเกินไป และไม่เคยเพียงพอต่อหญิงคนที่เขารักเสียที    

เงินซื้อความรักก็ว่าได้

หนังเรื่อง The Great Gatsby คือตัวแทนของคำพูดที่ไว้เสียดแทงสังคมร่วมสมัยได้อย่างเจ็บแสบ ไม่ว่ายุคไหนปีใด เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กระทั่งสิ่งของมีค่าทั้งหลายแหล่ก็ไม่เคยถูกลดตัวด้อยค่าจนไม่สามารถตีตราเป็นสิ่งใดได้ และหลาย ๆ ครั้งถ้าไม่โกหกตัวเองมากจนเกินไป เงินสามารถซื้อความรักได้ แม้จะในแบบทางอ้อม หรือกระทั่งคำโกหกก็ตาม แกสบี้คือชายหนุ่มคนหนึ่งที่เชื่อแบบนั้น ไขว่คว้าหาวิธีทุกทางเพื่อให้เดซี่ หญิงยอดรักในดวงใจของเขาได้โฉบมาที่คฤหาสน์แห่งความเงียบเหงา ประตูบานกว้างที่เว้าแหว่ง และเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่เอื้อมมือไขว่คว้าสิ่งที่ไม่เคยเป็นของเขาสักครั้ง แสงสีเขียวที่อยู่ตรงกันข้ามอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ

นิค คาร์ราเวย์ ทำหน้าที่เป็นผู้เล่าเรื่องทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน เขานับถือเคารพแกสบี้ เป็นเพื่อนคู่ใจ สหายคู่กาย มองลึกเข้าไปถึงเนื้อแท้ภายใน ว่าแกสบี้มาจากไหน ต้องการสิ่งใด และเป็นใคร ชั่วเวลาที่ชีวิตของสหายรักโลดโผนโดดเด่น ขึ้นสู่จุดสูงสุดของความต้องการที่มนุษย์จะเอื้อมคว้าได้ เขาไร้ซึ่งญาติมิตร กระทั่งใครสักคนที่หวังดีแก่กันจากใจจริง นิคเข้ามาเป็นคนที่ทำหน้าที่เติมเต็ม แกสบี้ยังมีเขาเสมอไม่ว่าเวลาใด

จวบจนใกล้จบเรื่อง แกสบี้ไม่เคยหมดศรัทธาในความรัก เขาโหยหาการยอมรับ ขวนขวายเงินทอง สร้างประวัติสวยหรู เพราะเรียกร้องความรัก จากคนรัก จนวินาทีสุดท้ายที่หนังเล่าให้เราฟังถึงชีวิตของชายผู้มีความรัก เขายังเชื่อเดซี่หมดหัวใจ เอาหัวใจและชีวิตของเขาเพื่อแลกกับการได้โอบกอดเธอไว้ แม้เพียงในความคิดก็ตามที

มิตรสนิท สหายรัก

Gatsby ที่ถูกเติมคำว่า The Great เติมหน้าเข้าไปด้วยฝีมือของนิค คาร์ราเวย์ คงเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักในสหายคนพิเศษของเขาได้เป็นอย่างดี นิคไม่ได้บอกว่าแกสบี้ถูกทุกอย่าง แต่ตัวเขาที่ถูกแสงสีของมหานครย้อมเบ้าตาจนกลายเป็นใครอีกคนที่เขาไม่เคยนึกฝันว่าตัวเองจะได้เป็น เขาชื่นชมในหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของแกสบี้ ความมุมานะทุกอย่าง ความซื่อสัตย์ และที่สำคัญ หัวใจที่เปี่ยมรักของแกสบี้ แม้ในที่สุดแล้ว แสงสีในงานเลี้ยงจะถูกดับลง ไร้ซึ่งงานรื่นเริงใด ๆ คงไว้เพียงแต่ความเงียบเหงา หากเดซี่ยังคงเริงระบำ หัวเราะร่าเสียงหวานอยู่ในโสตประสาทของเขาเสมอ

The Wind Rises เมื่อกางปีกโผบิน และโอบกอดท้องฟ้าด้วยความรัก

“ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก” คือการตั้งชื่อภาษาไทยที่แยบยล ชาญฉลาด และเป็นหนึ่งเดียวกับเนื้อเรื่องอย่างถึงที่สุด สตูดิโอจิบลิมอบความหวัง ความฝัน ความรัก และแรงบันดาลใจให้กับเรามานักต่อนัก ไม่เว้นแม้แต่เรื่องราวที่ดูจริงจังอย่าง จิโร่ นักออกแบบเครื่องบินรบไฟแรง ที่ชีวิตผันผ่านมาหลากหลายสถานการณ์ ด้วยการเล่าเรื่องที่เนิบนาบ ทว่าตราลึก กดทับ แนบแน่นไปกับหัวใจของผู้ชม อันเป็นเอกลักษณ์ของจิบลิที่ทำให้เราได้ประจักษ์มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

จุดเริ่มต้นของความฝัน

ปีกแห่งฝัน คือการกล่าวถึงเรื่องราวครึ่งแรกของเรื่อง ที่มาจากจิโร่ ชายหนุ่มผู้สายตาสั้น ชวดโอกาสการเป็นนักบินรบ แต่การที่จะทำให้เขาได้เข้าใกล้พญานกเหล็กเหล่านั้น คือเป็นผู้ให้กำเนิดมันเองเสียแทน และนั่นคือที่มาในนามบิดาของ Mitsubishi A6M Zero เครื่องบินรบญี่ปุ่นอันเลื่องชื่อนั่นเอง ชีวิตที่ตรากตรำทำงาน ไม่ได้สวยหรูนึกฝันเอาแล้วทุกอย่างจะเป็นจริงได้ดั่งใจ เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคทุกรูปแบบ แข่งขันกับวันเวลา อุทิศชีวิตแด่ความฝัน ด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ตัวหนังเล่าเรื่องเหล่านี้ได้เห็นภาพชัดเจน แต่จะออกน่าเบื่อนิด ๆ ถ้าเรากำลังคาดหวังความโลดโผนหฤหรรษ์ใด ๆ เพราะ The Wind Rises เปรียบเป็นสายลมบางเบาที่พัดเอื่อย ไม่ทำให้เราหนาวเหน็บ แต่ก็ร่มเย็นและน่าชื่นใจ

วันแห่งรัก คือการเล่าเรื่องความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ค่อย ๆ แทรกมาโดยที่ตัวคนดูเองย่อมรู้ตัว และกระโจนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร่วมลุ้นให้ความรักครั้งนี้จงสมหวังจับใจ เพราะความน่ารักโดยตัวบุคลิกของนาโอโกะ นางเอกผู้แสนอ่อนหวาน โอนอ่อน แต่เข้มแข็งและหนักแน่นจนคนดูอย่างเรา ๆ ต้องนับถือหล่อนอย่างถวายหัวใจ และไร้ข้อกังขาใด ๆ จะมาสงสัยในความรักของทั้งคู่ ตลอดจนจบเรื่องในเวลาสองชั่วโมงหกนาทีนี้

The Wind Rises คือการเติมเต็มความฝันในทุก ๆ ด้านให้กับมนุษย์คนหนึ่ง เป็นก้อนสารพลังงานความรู้สึกดี ๆ ที่เราจะเสพมันเข้าไปได้ผ่านทางการรับชม ฟังเสียง และใส่ใจ การงาน ความรัก ชีวิต อันเต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนล้ำค่า ผลงานจากฝ่ามือของเรา และคนที่เรารักสุดหัวใจ

จุดจบด้วยความรัก

จิบลิไม่ทำให้เราผิดหวังในเรื่อง The Wind Rises ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก เรื่องนี้ แต่เรื่องที่อาจจะทำให้บางคนดูไม่จบเรื่องได้คือความเอื่อยเฉื่อยของสายลมดังชื่อ และความอัดทับกดแน่นของฉากหลังที่ว่าด้วยเรื่องสงคราม จึงทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังฟีลกู๊ดไปเสียทีเดียว ความอัปยศอดสู ความเศร้าโศกเสียใจ หยดน้ำตาทั้งหลายทั้งแหล่ย่อมเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญของหนังเรื่องนี้ แต่ก็เพราะมีสิ่งเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้ The Wind Rises มีจุดแข็งที่โดดเด่น และปีกแห่งเครื่องบินในความฝันก็จะออกมาบินแล่นฉิวทุกครั้งเมื่อขุดหนังเรื่องนี้ขึ้นมาจากความทรงจำ