การตามหาที่น่าพิศวง Searching เสิร์ชหา สูญหาย

                ลองจินตนการดูเล่น ๆ ว่าถ้าวันหนึ่งคนสำคัญในชีวิตของเราหายไปออกจากบ้าน และไม่สามารถติดต่อได้เลย เราจะมีความรู้สึกอย่างไร คงจะเป็นความรู้สึกที่เป็นห่วงและทรมานมาก หนังเรื่อง Searching หรือในชื่อไทยคือ เสิร์ชหา สูญหายนั้น จะถ่ายทอดอารมณ์เรื่องราวของการลูกสาวสุดที่รักของตัวเอกในเรื่อง ที่หายไปออกจากที่ได้อย่างไร้ร่องรอย และพ่อไม่สามารถติดได้ต่อ ถือเป็นหนังกำลังจะเข้าฉายที่มาแรงอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

หนังเรื่อง searching มีจุดเด่นที่ดึงดูดคนดูมากมายตั้งแต่ยังไม่เข้าโรง เช่นเรื่องของ plot หนังที่ทำได้น่าสนใจ และหลายคนที่ต้องการจะรู้คำตอบว่าลูกสาวของตัวหลักของในเรื่องที่ชื่อ David Kim นั้นหายไปไหน และหายไปทำอะไรกันแน่ โดยเรื่องราวคร่าว ๆ ของหนังก็คือมีครอบครัวที่แสนจะอบอุ่นครอบครัวหนึ่ง มีสมาชิกพ่อ แม่ และลูกสาวคนหนึ่ง ซึ่งครอบครัวนี้มีการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คเหมือนคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่ลูกสาวพึ่งเกิด จากนั้นก็มีการบันทึกเรื่องราวและกิจกรรมต่าง ๆ ของครอบครัว Kim มาเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ลูกสาว Margot Kim โตเป็นสาววัยรุ่น และคุณแม่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่เรื่องราวจริง ๆ มันเริ่มขึ้นในวันหนึ่งที่ตัวของลูกสาวนั้นหายออกไปจากบ้าน โดยที่พ่อไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เมื่อทุกอย่างผิดสังเกต พ่อจึงพยายามตามหาลูกทุกวิถีทาง เพื่อที่จะหาลูกให้เจอ โดยพ่อได้ทำการแจ้งความ และหาข้อมูลต่าง ๆ ของลูกจากเพื่อนของลูก และเบาะแสต่าง ๆ ที่มีคนพบเห็นลูกสาวของเขา แต่เรื่องยิ่งกลับแย่ลงเมื่อมีเบาะแสของลูกตนเองในทางที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นการทำบัตรปลอม และมีการถอนเงินสดออกจากธนาคารเป็นเงิน 2500 ดอลล่าร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก ทำให้เราต้องเอาใจช่วยคุณพ่อหาตัวลูกสาวให้เจอ รวมไปถึงเหตุผลว่าทำไมลูกสาวถึงทำแบบนี้

ลงทุนไปไม่มาก แต่สามารถเป็นกระแสได้ไม่ยาก

                นอกจากเรื่องราวของ plot หนังที่น่าลึกลับ น่าค้นหา และปริศนามากมายแล้ว Searching ยังมีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งเลยก็คือ วิธีการถ่ายทอดหนัง หลายคนที่เป็นแฟนหนังผีหรือหนังสยองขวัญสั่นประสาท คงไม่มีใครไม่รู้จักหนังเรื่อง Paranormal Activity ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในบ้านหลังหนึ่ง ที่มีเรื่องราวประหลาดเกิดขึ้นมากมายในบ้าน ทำให้คนในบ้านตัดสินใจที่จะบันทึกภาพเหตุการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้น โดยใช้กล้องวิดีโอในการบันทึก ซึ่งจุดนี้แหละ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจในหนังเรื่องนี้ นั่นก็คือตัวหนังตั้งแต่ต้นจนจบ ภาพที่คนดูจะเห็นจากหนังนั้นก็คือภาพจากกล้องวิดีโอที่ตัวละครได้ทำการบันทึกไว้ทั้งหมด แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และน่าสนใจมาก ๆ ในยุคนั้น

หนังเรื่อง Searching ก็เช่นกัน ทุกเหตุการณ์ที่เราจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้จะถูกเล่าผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คในแต่ละช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook Skype หรือ YouTube ทำให้เป็นการเพิ่มความน่าสนใจและคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ให้กับตัวหนังอย่างมาก และที่สำคัญคือไม่ได้ใช้งบประมาณที่มากมายอะไร แต่ก็สามารถเป็นหนังติดกระแส และมีคนให้ความสนใจอย่างล้มหลาม

Searching เสิร์ชหา สูญหาย หนังแนวลึกลับยุคใหม่ที่น่าจับตามอง และได้รับคะแนนรีวิวสูงจากหลาย ๆ ช่องทาง เริ่มเข้าฉายวันที่ 23 สิงหาคม 2561 ที่จะถึงนี้ อยากดูหนังที่ตื่นเต้น และน่าค้นหา อย่าพลาด Searching เสิร์ชหา สูญหาย

คะแนน: B+

 

สิ้นสุดการรอคอย Along with the God ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้าภาค 2 มาแล้ว

                เมื่อเดือนธันวาปีที่ 2017 ที่ผ่านมา หลายคนเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ Along with the God ฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้า ดูเผลิน ๆ จากชื่อเรื่อง หรือตัวอย่างหนังแล้ว ไม่น่าจะเป็นหนังที่ดราม่าจนทำให้เสียน้ำตากันได้มากขนาดนี้ เนื่องจากที่ทุกคนเห็นก่อนเข้าไปดูในโรงก็คือ หนัง Action Sci-Fi ฟอร์มยักษ์จากประเทศเกาหลีเท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็เป็นไปตามที่คาดไว้ หนังเรื่องนี้ทำรายได้ถล่มถลายให้กับประเทศเกาหลี จนเมื่อปี 2018 นี้ ก็ถึงคราวของ Along with the God ภาค 2 แล้ว

การผจญภัยไปในแดนใต้พิภพทั้ง 7 ด่าน พร้อมกับพระเจ้าอีกครั้ง

                เรื่องราวของ Along with the God ในภาคแรกนั้น กล่าวถึงนักดับเพลิงคนหนึ่ง ที่ได้เข้าไปช่วยชีวิตในเหตุเพลิงไหม้ และพลาดท่าจนเสียชีวิต จึงถูกนำตัวลงไปพิพากษาตามกระบวนการ เพื่อทำการคัดเลือกว่าผู้ชายคนนี้จะได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก โดยจะมีเหมือนเทพ ที่เคยช่วยเหลือผู้ชายคนนี้ในการพิพากษาในนรกทั้ง 7 ด่าน ก่อนที่จะตัดสินว่าจะได้ไปสวรรค์หรือนรก ซึ่งเรื่องราวก็เต็มไปด้วยความเข้มข้นมากมาย ทั้งเรื่องของบาปบุญที่ชายคนนี้ทำตอนมีชีวิตอยู่ เบื้องลึกเบื้องหลังของพระเจ้าผู้ช่วย ความรักระหว่างครอบครัว รวมไปถึงการเข้าช่วยเหลือวิญญาณน้องชายของนักดับเพลิงคนนี้ที่เป็นทหาร ให้พ้นออกจากนรกอีกด้วย

เรื่องราวเต็มไปด้วยความเศร้า ความลุ้นระทึก จิตสำนึก และบาปบุญคุณโทษต่าง ๆ ทำให้หนังเรื่องนี้ครบรส และสามารถเข้าถึงจิตใจของคนดูได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการวางปมไว้ และกลับมาคลี่คลายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ CG Visual Effect ที่ทำได้ไม่น้อยหน้า Hollywood และนักแสดงเกาหลีชื่อดัง ที่ยกทัพกันมาแสดงในเรื่องนี้กัน ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แต่ในภาคหนึ่งนั้น ได้ทิ้งประเด็นเรื่องราวบางอย่างเอาไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่า เรื่องราวนั้นยังไม่จบ และจะต้องมีการคลี่คลายอีกมาก นั่นหมายถึงการมีภาคสองนั่นเอง ตามที่ได้มีการประกาศออกมาในตอนต้นว่า หนังเรื่องนี้ใช้เวลาในการถ่ายทำถึง 12 ปี โดยถ่ายทำกันทั้งหมด 2 ภาคนั่นเอง Along with the God ภาค 2 นั้น จะเป็นเรื่องราวของน้องชายพระเอกที่เป็นทหารจากภาคแรก กับการฝ่า 7 นรกไปกับพระเจ้าผู้ช่วยทั้งสามคนเช่นเดิม รวมไปถึงมีการเปิดตัวสามพระเจ้าผู้ช่วยใหม่ ในตอนท้ายของภาคแรก แน่นอนว่าเราจะรู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร และมีผลอย่างไรกับ หนังในภาคนี้ รับประกันความสนุกได้แน่นอนจากภาคแรก

สำหรับใครที่คิดถึงพระเจ้าผู้ช่วยทั้งสาม รวมไปถึงอารมณ์ความสนุกอย่างครบของจากหนังสัญชาติเอเซียแล้วแหละก็ ถ้ามีเวลาขอให้ไป Along with the God ภาค 2 หรือสำหรับใครที่ยังไม่เคยดูภาคหนึ่ง แนะนำให้รีบไปหาดูและมาดูภาคสอง เพื่อได้รับอารมณ์ที่ต่อเนื่องและความทราบซึ้งกินใจระหว่างครอบครัว รับรองว่าท่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน

คะแนน: A

 

สยองพร้อมกันทั่วประเทศ 6 กันยายน The Nun แม่ชีที่น่ากลัวที่สุดในโลก

                คงหลอนกันไปตาม ๆ กันกับฉากผีแม่ชีอย่าง The Nun ที่พุงออกมาจากรูปภาพในหนังเรื่อง The Conjuring 2 เป็นฉากที่ติดตราตรึงใจทุกคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ และข่าวดีก็คืออีกไม่นานเราจะได้รู้เรื่องราวอย่างละเอียดเกี่ยวกับแม่ชีคนนี้อย่างเต็ม ๆ ในหนังเรื่อง The Nun ที่จะเข้าโรงในวันที่ 6 กันยายน 61 ที่ผ่านมา แค่ในหนัง Conjuring ยังน่ากลัวขนาดนี้ แล้วในหนังของตัวเองจะขนาดไหน ต้องลองไปดูกัน แต่ก่อนที่จะไปดูหนังเต็ม ๆ ของ The Nun มาลองดูรายละเอียดต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Nun กันก่อน

รู้จักกับ The Nun พร้อมทั้งการรวมตัวของจักรวาล Conjuring

ถือว่าเป็นหนังผีที่ประสบความสำเร็จอย่างมากมายเลยก็ว่าได้สำหรับ The conjuring ทั้งภาคหนึ่งและสอง เรื่องราวคร่าว ๆ ของหนังนั้นจะพูดเกี่ยวกับ สองสามีภรรยา Ed Warren และ Lorraine Warren ที่มีสัมผัสพิเศษเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งลี้ลับและผีปีศาจ ซึ่งทั้งสองคนจะคอยรับคำปรึกษาจากผู้คนที่กำลังประสบความเรื่องราวเหล่านี้ และช่วยผู้คนจากการโดนรังควาน ซึ่งเรื่องราวในภาคแรกนั้นจะเกี่ยวกับครอบครัวเพอร์รอนที่โร๊ดส์ ไอร์แลนด์ ในปี 1971 ที่นำลูก ๆ ทั้งห้าคนย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ และโดนผีปีศาจที่อยู่ในบ้านฆ่าตายทั้งหมด จึงไม่พ้นสองสามีภรรยา Warren ต้องเข้ามาช่วยกันกำจัดผีร้ายเนี้ ซึ่งก็ผ่านมาได้อย่างยากเย็นเลยทีเดียว จนมา The conjuring 2 ที่ได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง James Vans มากำกับให้ เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1977 ก็ได้เกิดเรื่องราวขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งในเมืองเอ็นฟิลด์  เป็นเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ลูกสาวโดนผีเข้า และมีวิญญาณอีกมากมายในบ้านออกมาหลอกหลอนทุกคน หนึ่งในผีตัวหลักนั้น ก็คือ The Nun นั่นเอง

แน่นอนว่าการที่จะมีการสร้างหนังเดี่ยวของ The Nun ออกมาคงเป็นเรื่องที่ไม่แปลกมากนัก ดูได้จากคำชื่นชมและเรายได้จากหนังเรื่อง The Conjuring 2 รวมไปถึงตัวละคร The Nun ด้วยแล้ว ถ้ามีหนังเดี่ยวออกมาคงต้องเป็นกระแสอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่เท่านั้น เมื่อตัวค่ายต้องการที่จะสร้างจักรวาล Conjuring ขึ้นมา ซึ่งจะนำเอาเรื่องราวลี้ลับต่าง ๆ มากมายที่สองสามีภรรยา Warren นั้นเกี่ยวข้องไปสร้างเป็นหนัง และเอามารวมกันอยู่ในจักรวาล Conjuring นั่นเอง ซึ่งได้มีการฉายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ Anabelle ตุ๊กตาผีสิงต้องสาปที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก โดยได้มีการนำออกมาฉายแล้วสองภาค คือ Anabelle และ Anabelle Creation ซึ่งจะมีบางส่วนของหนัง Anabelle ที่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวของ Conjuring อีกด้วย

เป็นเรื่องราวที่ต้องเราติดตามต่อไปเกี่ยวกับจักรวาล Conjuring ในอนาคตว่าจะมีเรื่องลี้ลับเรื่องใดที่ครอบครัว Warren เคยเกี่ยวข้อง และนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ในจักรวาลนี้ แต่ระวังนั้น ก็เตรียมพบกับหนังที่การันตรีความสยองอย่าง The Nun กันก่อนได้ ในวันที่ 6 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

 

ราชันแห่งสัตว์ประหลาดฝั่งตะวันออกกลับมาอีกครั้ง Godzilla King of Monsters

                ปี 2014 เป็นการกลับมาอย่างเป็นทางการของ Godzilla ราชันต์สัตว์ประหลาดของตะวันตกที่ได้ห่างหายจากวงการภาพยนตร์ไปอย่างนานแสนนาน โดย Godzilla ปี 2014 นี้เป็นผลงานการสร้างจากค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Legendary ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร ซึ่งเป็น Godzilla ในแบบฉบับของฝรั่ง และในปี 2017 ทางญี่ปุ่นก็ได้นำ Godzilla มาเล่าเรื่องใหม่ เหมือนเป็นการ Reboot จักรวาลของ Godzilla ใหม่ทั้งหมด ในชื่อเรื่อง Shin Godzilla จนมาถึงปี 2019 เราจะได้พบกับการกลับมาอีกครั้งของสัตว์ประหลาดตัวนี้ ในแบบฉบับของ Legendary นั่นก็คือ Godzilla King of Monsters

Godzilla ภาคปี 2019 นี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวการกลับมาของ Godzilla และเปิดตัวสามสัตว์ประหลาดที่โด่งดังจากซีรี่ย์ Godzilla ที่เราจะสามารถเห็นในตัวอย่างหนัง ประกอบด้วย ผีเสื้อยักษ์มอธธ่า นกยักษ์โรดอน และคู่ปรับตลอดกาลอย่างมังกรสามหัวคิงคีโดร่า สัตว์ประหลาดเหล่านี้ได้เคยปรากฏตัวออกมาในซีรี่ย์ Godzilla ของญี่ปุ่นและได้รับความนิยมอย่างมากมาย

แน่นอนว่าหนังที่มีการรวมเอาสัตว์ประหลาดยอดฮิตทั้งสี่ตัวมารวมกันถือว่าเป็นประวัติการณ์เลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่เป็นกระแส และหลายคนรอคอยให้ถึงวันปล่อยฉายเร็ว ๆ นั่นก็คือราชันต์แห่งสัตว์ประหลาดแห่งชาติตะวันออก พบกับ เจ้าแห่งสัตว์ประหลาดตะวันตก Godzilla VS. King Kong ปี 2020

เส้นทางสู่หนังฟอร์มใหญ่แห่งยุค Godzilla VS. King Kong 

                คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนต่างรอคอยกัน เมื่อหนังที่ใช้ในการปูเรื่องราวตาม timeline นั้นถูกฉายออกเกือบจะครบแล้ว ลำดับการฉายก็คือ Godzilla ปี 2014 King Kong Skull of Island Godzilla King of Monsters และ Godzilla VS. King Kong ในตอนแรกฝ่ายของ Legendary ยังไม่มีการออกมาเปิดเผย timeline ของหนังที่จะฉาย มีแค่การเปิดจักรวาลนี้ด้วย Godzilla และ King Kong ตามลำดับ แต่สิ่งที่ทำให้คนดูถึงกับเซอร์ไพรส์ขั้นสุดนั่นก็คือ End Credit ในเรื่องของ King Kong Skull of Island

เป็นฉากการบอกเล่าเกี่ยวกับการเข้าไปสำรวจถ้ำ และค้นพ้นภาพวาดบนฝาผนังถ้ำ ซึ่งเป็นรูปของ Godzilla  กำลังทำการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดสามตัวอยู่ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะมีการนำสัตว์ประหลาดทั้งสองมาพบกันอย่างแน่นอน เหมือนกับในปี 1962 ที่ญี่ปุ่นได้มีการทำสร้างหนัง Godzilla VS. King Kong มาแล้ว ซึ่งเป็นภาคที่แยกออกมา ไม่ได้อยู่ใน Timeline เดียวกันกับ Godzilla ของญี่ปุ่น หลังจากที่ End Credit ของ King Kong Skull of Island นั้นเป็นกระแส และมีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมากแล้ว ทาง Legendary จึงได้ปล่อยกำหนดการต่าง ๆ ออกมาให้เราได้เห็นในปัจจุบัน

เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่แฟนคลับของทั้ง King Kong และ Godzilla ตั้งหน้าตั้งตาคอยจะดูความยิ่งใหญ่ของทั้งสอง ด้วยกราฟฟิกและเทคโนโลยีการทำหนังในยุคปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าต้องตื่นตาตื่นใจมากกว่าปี 1962 อย่างแน่นอน รวมไปปถึงในศึกครั้งนี้ ใครจะเป็นฝ่ายแพ้ชนะ ต้องรอติดตามกันใน Godzilla VS. King Kong ในปี 2020 กัน

 

จุดเริ่มต้นของคืนล้างบาท การจัดสรรค์ประชากรที่โหดเหี้ยมที่สุด กับ The First Purge

แน่นอนว่าไม่พูดถึงไม่ได้ สำหรับหนังใหม่มาแรงที่พึ่งเข้าโรงได้ไม่นานอย่าง The First Purge ปฐมบท ปฐมบท คืนอำมหิต เป็นหนังภาคต่อแนว Action thriller อีกหนึ่งเรื่องที่ไตรภาคแรกนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยคอนเซ็ปต์ของหนังที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์และชวนลุ้นระทึกไปกับสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในเรื่อง ทำให้คนดูต้องคอยเอาใจตัวละครอย่างแทบหยุดหายใจ สำหรับแฟนหนังคนไหนที่ชอบการบู๊ล้างผลาญปนสยองนิด ๆ เรื่องนี้ควรจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่พลาด

เรื่องราวการล้างบาทด้วยความรุนแรง กับการเอาชีวิตรอดให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง

                The First Purge เป็นผลงานการกำกับของ Gerard McMurray ผู้กำกับผิวสีชื่อดัง ที่เคยกำกับผลงานดังมากมายอย่าง Fruitvale Station ปี 2013 และ Burning Sands ปี 2017 เรื่องราวของ The First Purge นั้นถือเป็นปฐมบทของการเกิดคืนล้างบาปครั้งแรก ซึ่งที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อน The Purge ทั้งสามภาคที่ได้เข้าฉายไปแล้ว หนังชุด The Purge เป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้มีกฎหมายใหม่เปิดใช้งาน นั่นก็คือการอนุญาตให้มีคืนล้างบาป หรือ Purge Day ขึ้น ซึ่งความหมายของคืนล้างบาปนั้นคือ ทุกคนสามารถที่จะเอามากฆ่ากันได้ โดยที่อาวุธต่าง ๆ ถูกอนุมัติให้ใช้งานได้ การก่ออาญากรรมทุกรูปแบบนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย กฎหมายนี้จะถูกเปิดใช้งาน และหมดไปหลังจากครบ 12 ชั่วโมงแล้ว หรือเช้าแล้วนั่นเอง ก่อนที่จะเริ่มวันล้างบาปนั้น จะมีการประกาศเพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวที่สำหรับวันแห่งนรกที่กำลังจะมาถึง และสัญญาณนี้จะดังอีกครั้งเมื่อวันล้างบาปสิ้นสุดลง

นั่นคือคอนเซ็ปต์คร่าว ๆ ของหนังชุด The Purge ที่แค่ได้ฟังเรื่องย่อยก็น่าสนใจแล้วมากแล้ว ซึ่งเรื่องราวของ The Purge ภาคแรกนั้น จะกล่าวถึงเหตุการณ์คืนล้างบาปในปีหนึ่ง ซึ่งตัวหนังจะให้ความสนใจไปแค่ครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องทำการเอาชีวิตรอบ และรับมือกับพวกคนที่ต้องการจะเข้ามาพิพากษาพวกเขา จนมาถึงภาคสองที่กล่าวถึงวันล้างบาปของคนทั้งเมือง และขยายใหญ่ขึ้นอีกในภาคที่สาม ที่พูดถึงวันล้างบาปของทั้งประเทศ แต่ The First Purge นั้นคือการเล่าเรื่องเหตุการณ์วันล้างบาปวันแรกของประเทศ ซึ่งเป็นลักษณะของการเริ่มทดลองใช้งานกับแค่เมืองเดียวก่อน แน่นอนว่าผู้คนแตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่เห็นด้วยให้มีการล้างบาป และกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยให้มีการล้างบาป แต่สุดท้ายแล้ว รัฐบาลก็ตัดสินใจให้มีการล้างบาปวันแรกนี้ขึ้น โดยหนังเรื่องนี้จะเล่าเรื่องผ่านตัวละครพระเอกที่เป็น mafia ใหญ่ในเมือง แฟนเก่าที่เป็นนางเอก และน้องชายของนางเอกที่ช่วยกันเอาตัวรอดจากเหตุการณ์วันนรกนี้ไปให้ได้ ทุกคนจะได้รับรู้ถึงเรื่องราวในการล้างบาปที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม และฉาก action สุดมันและน่าตื่นเต้น เนื่องจากเหตุนี้ หนังเรื่องนี้จึงถูกกำหนดเรทการดูอยู่ที่ 18+

สำหรับแฟนคลับหนังชุด The Purge หรือใครที่ต้องการดูหนังคอนเซ็ปต์ดี ๆ อีกเรื่อง แนะนำว่าให้เข้าไปดู The First Purge กัน แม้ว่าคุณจะไม่เคยดูสามภาคแรกมาก่อน แต่คุณก็จะสามารถดูหนังเรื่องนี้ได้รู้เรื่อง และสนุกไปกับการเอาชีวิตรอดของคนที่ตกอยู่ในคืนแห่งการล้างบาปที่ไม่สามารถหนีพ้น เข้าโรงแล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

คะแนน: B

 

จักรวาลที่รวมอสุรกายในตำนานไว้มากมาย เผยแนวทางต่อไปของ Dark Universe

                ถ้าพูดถึงอสุรกายหรือผีในตำนานของประเทศอียิปต์ พนันได้เลยว่ามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะตอบว่ามัมมี่ หรือถ้าพูดถึงตำนานผีดูดเลือด ก็คงนึกถึงแดร็กคูล่า เรื่องราวเหล่านี้เป็นตำนานปีศาจหรืออสุรกายที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่สมัยเด็ก มีการทำออกมาเป็นซีรี่ย์และภาพยนตร์มากมาย ทั้งประสบความสำเร็จ และพังไม่เป็นท่า Universal Studio จึงตัดสินใจที่จะนำหนังเหล่านี้กลับมาใหม่อีกครั้ง และจะทำการรวมกันเป็นจักรวาลเหมือนค่ายหนังอื่น ๆ ที่ทำกันเช่น Marvel studio หรือ DC ที่มีจักรวาลเป็นของตนเอง โดยทาง Universal ใช้ชื่อจักรวาลนี้ว่า Dark Universe

เปิดจักรวาลด้วยผีผ้าพันแผล The Mummy พีคหรือพัง

                เริ่มด้วยการ remake หนังไตรภาคเรื่อง The Mummy นำแสดงโดย The Rock หรือ Dwayne Jonson ที่เคยเป็นกระแสมากก่อน Universal Studio จึงหยิบเรื่องนี้มาทำใหม่ในปี 2017 ซึ่งได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง Tom Cruse มาเป็นพระเอกในเรื่องนี้ แต่ผิดคาด เมื่อกระแสตอบรับออกมาได้ค่อนข้างไปในทางลบมากกว่าคำชื่นชม ยิ่งไปกว่านั้น Tom Cruse ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดแย่จากหนังเรื่องนี้อีกด้วย ทำให้แผนการที่คิดไว้ว่าจะเปิดจักรวาล Dark Universe อย่างเป็นทางการนั้นก็ต้องสะดุดลง ซึ่งในความริงแล้ว ก่อนหน้าหนังเรื่อง The Mummy นั้น ทางค่ายได้ผลิตหนังเรื่องหนึ่งออกมา หวังที่จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของจักรวาล Dark Universe เช่นกัน นั่นก็คือ Dracula นั่นเอง แต่ก็พังไม่เป็นท่า เรียกได้ว่าหาคำชมได้อย่างมากสำหรับหนังเรื่องนี้

เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว ทาง Universal studio คงต้องคิดหนักกับการทำหนังเรื่องต่อ และประเด็นเรื่องการสร้าง Dark Universe ขึ้นมา ในช่วงแรกนั้น มีภาพการโปรโมท Dark Universe ออกมาในลักษณะของภาพถ่ายนักแสดงชื่อดัง ที่จะมารับบทใน Project นี้ ในรูปภาพนั้นมี Tom Cruse รวมไปถึง นักแสดงโจรสลัดตลอดกาลอย่าง Johnny Deppที่จะมารับบทเป็น Invisible-man อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีอสุรกายอีกมากมายที่ถูกแพลนให้เข้ามาอยู่ใน Dark Universe ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หมาป่า หรือ The Wolf  creature from the black lagoon หรือ Frankenstein แต่เนื่องจากกระแสตอบรับอย่างที่เห็น ทำให้ยังอยู่ในกระบวนการตัดสินใจว่าจะทำต่อดี หรือจะเอาใครมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ในครั้งนี้ หลายคนก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้ ไม่ว่าจะเป็น Studio Blumhouse Production ที่เป็นทีม Production ที่ผลิตผลงานคุณภาพมากมายออกมา เช่น The Purge Unfriend และ Insidious ที่ออกปากว่าเป็นไปได้ที่เขาอาจจะได้รวมงานกับทาง Universal Studio ในการสร้าง Dark Universe ขึ้นมาให้ หรือจะเป็นผู้กำกับที่การันตรีได้ถึงคุณภาพด้วยรางวัลโอสการ์จากหนังเรื่อง Shape of Water อย่าง Guillermo del Toro เจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่าตัวละครสัตว์ประหลาดน้ำในเรื่องนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมากจากหนังเรื่อง creature from the black lagoon และเป็นตัวละครที่เขาชอบเอามาก ๆ ความจริงแล้ว ทาง Universal เคยยื่นข้อเสนอให้เขาได้ทำหนังสัตว์ประหลาดมาแล้ว แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างในตอนนั้นเขาจึงได้ปฏิเสธไป แต่ตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเขามาเป็นคนที่ทำให้ Dark Universe ประสบความสำเร็จก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ก็คงเป็นเรื่องที่เราต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า สุดท้ายแล้ว Universe Studio จะทำอย่างไรต่อกับจักรวาล Dark Universe นี้ จะเลิกหรือจะนำผู้เชี่ยวชาญด้านการทำหนังสยองขวัญมาพลิกโฉมมันอีกครั้ง ต้องติดตามกันต่อไป

 

The Meg ฉลามยักษ์พันล้านปี หนังฉลามที่มีครบทุกรสทุกอารมณ์

                ในปี 1976 หลายคนไม่กล้าที่จะลงเล่นน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ หรือทะเล บางคนถึงกับเป็นกลัวน้ำไปเลยก็ว่า เหล่านี้เป็นอิธพลจากการดูหนังเรื่อง Jaws หนังฉลามยักษ์เรื่องแรกจาก Universal Studio ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และกวาดรายได้ไปมหาศาล หลังจากนั้นก็มีการผลิตหนังแนวฉลามยักษ์ออกมามากมาย โดยพูดได้เลยว่ามีแรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Jaws นี่เอง รวมไปถึงในปี 2018 นี้ มีหนังที่เกี่ยวกับฉลาดยักษ์อีกหนึ่งเรื่อง ที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากรายชื่อนักแสดงนำนั้นเป็นนักแสดงที่น้อยคนจะไม่รู้จัก นั่นก็คือ Jason Statham พระเอกจอมบู้ล้างผลาญจากหนังดังหลาย ๆ เรื่องอย่าง Transporter หรือ Fast and Furious นั่นเอง

Megalodon ฉลามที่ใหญ่ที่สุดบนจอเงิน ความสำเร็จจากการร่วมมือของจีนและอเมริกา

เมื่อได้ยินชื่อของ Jason Statham แล้ว ก็คงไม่ต้องห่วงเรื่องฉาก Action และความตื่นเต้นของหนังเรื่องนี้แน่นอน โดยหนังเรื่อง The Meg นั้นเป็นการร่วมมือกันระหว่างสองประเทศ นั่นก็คือประเทศจีนและอเมริกา ซึ่งก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจในเรื่องของคำวิจารณ์และรายได้ นอกจากฉากบู๊ต่าง ๆ และ CG นั้นถือว่าทำได้ดี รวมไปถึงการรักษาคอนเซ็ปต์ของหนังฉลามยักษ์ไว้ได้อีกด้วย โดยหนัง The Meg นี้จะเล่าเกี่ยว Jonas นักกู้ภัยทางน้ำ ที่เคยได้ทำการช่วยเหลือทีมสำรวจทีมหนึ่งที่เคยเจอกับเจ้าฉลาม Megalodon นี่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ในตอนนั้นเขาไม่สามารถที่จะช่วยเหลือทุกคนในทีมไว้ได้ ทำให้กลายเป็นตราบาปติดตรึงเขามาตลอด

วันหนึ่ง มีมหาเศรษฐีคนหนึ่งต้องการจะสร้างโลกใต้น้ำขึ้นมา และต้องการที่จะเป็นคนแรกที่ลงสู่ความลึกที่โลกไม่เคยได้สำรวจมาก่อน จึงได้ส่งทีมสำรวจลงไป และทีมสำรวจเหล่านั้นก็พบกับเจ้า Megalodon เช่นกัน จึงเป็นหน้าที่ของ Janas อีกครั้งที่จะลงไปช่วยทีมสำรวจนี้อีกครั้ง แต่เรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อเจ้า Megalodon ที่อาศัยอยู่ใต้ใช้บรรยากาศนั้น ตามเรือดำน้ำสำรวจออกมา และสามารถขึ้นมาถึงน่านน้ำของประเทศจีนได้ จึงเกิดเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่ง Janas จะรับมือกับเจ้าฉลาด Megalodon อย่างไร ต้องไปติดตามชมกันในหนัง เรื่อง The Meg กัน

มีหลายคนที่ดูหนังเรื่อง The Meg แล้วออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ในเรื่องของการรวมเอาคอนเซ็ปต์เด่น ๆ จากหนังฉลามหลาย ๆ เรื่องมารวมกันในเรื่องเดียว เช่น Jump Scare ต่าง ๆ และเอกลักษณ์ของหนังฉลามที่เล่นกับทะเลและผู้คน ความ Over action ปน Sci-Fi เล็กน้อย จากเรื่อง Deep blue Sea ซึ่งเอาใจทั้งคนที่ชอบดูหนังฉลามแบบต้นฉบับ และฉลาดแบบลึกลับ เหนือธรรมชาติทั้งสองแบบ รวมไปถึง The Meg หรือ Megalodon ที่อยู่ในเรื่องเมื่อเทียบกับหนังฉลามเรื่องอื่น ๆ แล้วนั้นถือว่าเป็นฉลามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีหนังฉลามขึ้นมาบนโลกอีกด้วย

สำหรับใครที่ชอบหนังแนวฉลาม และยังไม่เคยเห็นฉลามที่มีขนาดใหญ่ถึง 60 ฟุคแล้ว ไม่ควรพลาดหนังเรื่อง The Meg เป็นอันขาด แล้วทุกความรู้สึกของกลัวน้ำ หรือไม่กล้าลงน้ำของท่าน จะกลับมาอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

คะแนน: B

 

John Wick Chapter 3 Parabellum จะรอดหรือตาย

                เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา หลายคนได้รับความสนุกตื่นเต้นเร้าใจ รวมไปถึงสะเทือนใจไปด้วยในตัวกับหนังแอ็คชั่นล้างผลาญของแท้อย่าง John Wick ภาค 2 นั่นเอง เป็นหนังที่มีกระแสตอบรับในทางค่อนข้างมาก และยังคงรักษามาตรฐานความเป็น John Wick ได้อยู่เช่นเดิม บวกกับฉากจบที่ทิ้งไว้ให้คนดูรู้ได้เลยว่า John Wick จะกลับมาอีกอย่างนอน ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับหนังภาคต่อ นั่นก็คือ John Wick Chapter 3 Parabellum ที่จะเข้าในปี 2019 ที่จะถึงนี้นั่นเอง

เรื่องราวของสายลับวางมือที่ถูกเอาเปรียบ กับการล้างบางที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

                หลายคนที่เป็นแฟนหนัง John Wick คงจะรู้ดีว่าเป็นหนังที่มีฉากแอ็คชั่นที่สนุก ดิบ และเร้าใจขนาดไหน Keanu Reeves เล่นบทนี้ได้อย่างสมจริง และทุ่มสุดตัวเพื่อหนังเรื่องนี้เลยทีเดียว หนัง John Wick ในภาคแรกพูดถึงการวางมือของตัวพระเอกในเรื่องซึ่งนั่นก็คือ John Wick แต่เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เมื่อมีนักเลงที่เป็นผู้มีอำนาจในถิ่นนั้นมาหาเรื่อง และตามมาทำร้ายถึงในบ้าน และฆ่าหมาสุดที่รักที่ John Wick เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน แทนภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว จึงเป็นเห็นให้ John Wick ได้ตามไปแก้แค้น เขาจึงตกเป็นเป้าของเหล่าผู้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของเมือง

เมื่อล้างแค้นจากภาคแรกไปได้สำเร็จแล้ว ก็มีเพื่อนสนิทนำข้อเสนอมายื่นให้ ซึ่งถ้า John Wick ไม่ทำตามในครั้งนี้ เขาก็จะไม่สามารถหลุดพ้นออกจากวงการนักฆ่านี้ได้ เขาจึงจำเป็นต้องทำ และได้เจอกับเหล่านักฆ่ามากมายจากทั่วทุกมุมโลก แต่สิ่งที่ระทึกใจคนดูมากที่สุด คงนีไม่พ้นฉากจบตอนสุดท้ายที่ John Wick ได้แหกกฎสำคัญบางอย่างของสมาคมนักฆ่า ทำให้ตกเป็นเป้า และโดนตามล่าจากนักฆ่าทั่วโลก ซึ่งเรื่องราวการหลบนี้ในครั้งนี้ เราจะมาติดตากันต่อใน John Wick ภาคสามนี่เอง

นอกจากจะเป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องกระชับ เข้าใจง่าย การออกแบบฉากต่อสู้ต่าง ๆ ก็ถือว่าทำได้ดีมาก ดูเป็นธรรมชาติและสมจริง โดย John Wick ภาคแรกสามารถกวาดรายได้ไปถึง 86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ John Wick ภาคสองสามารถกวาดรางวัลไปได้มากกว่าเดิมถึง 7 ล้านเหรียญ เท่ากับ 93 ล้านเหรียญนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเป็นหนังที่ได้ชื่อว่ามีการฆ่ากันตายมากที่สุดอีกด้วย ทำให้กลายเป็นหนังขวัญใจของใครหลาย ๆ ที่ชอบการบู้แบบสด ๆ และยิงกันแบบไปกลัวเปลืองกระสุน

มารอลุ้นกันต่อไปว่าหลังจากที่โดนนักฆ่าทั่วโลก หมายหัวไว้ด้วยฆ่าตัวที่สูงมากแล้ว John Wick จะมีวิธีการอย่างที่จะรับมือกับสถานการณ์นี้ใน John Wick Chapter 3 parabellum ในปี 2019 ที่จะถึงนี้

คะแนน: A

 

Guardians of the galaxy รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล

                ภาพยนตร์สายเลือดซูเปอร์ฮีโร่จากค่ายมาร์เวลสตูดิโอ ที่มีการแนะนำตัวกันอย่างหนักหน่วงจริง ๆ ในช่วงแรกที่หนังเข้าฉายแรก ๆ เนื่องจากมาร์เวลไม่เคยเกริ่นนำถึงพวกเขามาก่อน ในส่วนของคนที่ไม่อ่านการ์ตูน(ซึ่งมีจำนวนมาก) จึงไม่รู้จักพวกเขา แต่พอรู้จักแล้ว ตัวละครทุกตัวกลับทำให้หลงรักอย่างหัวปักหัวปำ โดยเฉพาะตัวขโมยซีนอย่าง กรูท ต้นไม้แสนกวนชวนขำ กับประโยคติดปาก และดูเหมือนจะเป็นบทพูดบทเดียวของเขานั่นคือ “ไอ แอม กรูท” ซึ่งก็เป็นบทที่เรียกคะแนนความรักความเอ็นดูจากผู้ชมไปเต็ม ๆ

เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวที่น่าปวดหัวที่สุด ในตระกูลฮีโร่ของมาร์เวลเลยก็ว่าได้ ที่จับคาแรคเตอร์เจ้าเล่ห์ของ ปีเตอร์ ควิลล์ (Chris Pratt) ที่เกิดบนโลกมนุษย์ และเหมือนว่าความทรงจำเกี่ยวกับพ่อของเขาจะหายไป, แร็คคูนสายกวนแถมความโหดอย่าง ร็อคเก็ต (พากย์เสียงโดย Bradley Cooper), นักฆ่าสาวแสนสวยสุดเซ็กซี่อย่าง กาโมร่า (Zoe Saldana), ฮิวแมนนอยด์ที่รูปร่างเหมือนต้นไม้ที่มีนิสัยไม่แคร์สายตาใครอย่าง กรูท (พากย์เสียงโดย Vin Diesel) , และแดร๊กซ์ ที่มีเป้าหมายเพื่อล้างแค้นให้ครอบครัว (Dave Bautista) ดูจากบทบาทของตัวละครแล้ว ก็ทำให้น่าสนใจมากขึ้นไปอีก ว่าหนังจะออกมาเป็นอย่างไร พอได้ดูก็เข้าใจทันทีว่าพวกเขามารวมตัวกันเพื่อ…แย่งซีนกัน ซึ่งเป็นการแย่งซีนที่แทรกมุขตลกได้โดนใจคนดูเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีฉากแย่งซีนที่น่าประทับใจอีกมากมาย ถือว่าเป็นหนังคอมเมดี้ไซไฟที่ทำออกมาได้น่าประทับใจมากจริง ๆ มุขที่ปล่อยออกมาถูกจังหวะไปซะหมด วัดจากกระแสตอบรับของคนดูแล้วก็พบว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีมุขไม่ฮาพาเครียดน้อยกว่าเรื่องอื่นเยอะเลยล่ะ

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ พล็อตเรื่องมักจะไม่ต่างกัน คือต้องมีภารกิจสำคัญให้ทำอย่างแน่นอน ซึ่งสำหรับเรื่องนี้พล็อตเรื่องถือว่าธรรมดามาก ในการรู้ความลับของตัวร้ายแล้วไปสกัดกั้นเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดถูกทำลาย แต่กลับมีวิธีการนำเสนอที่แตกต่างจากเรื่องอื่น การใช้ภาพ และเพลงในยุค 70 ก็ดูแหวกแนวมากๆ เพราะมีสไตล์ยียวนกวนประสาท มาพร้อมกับบทสนทนาที่เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกชุด อีกทั้งยังแอบมีบทดราม่าเล็ก ๆ ให้คนดูได้เสียน้ำตาอีกด้วย ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ครบรสมากจริง ๆ

ถือว่าเป็นกลุ่มสายพันธุ์ฮีโร่ของมาร์เวลอีกกลุ่มหนึ่ง ที่น่าจับตามเป็นอย่างมาก ว่าจะไปต่อในทิศทางไหน ถึงแม้ในตอนนี้จะมีภาค 2 ออกมาให้ได้ดูกันเรียบร้อยแล้ว แถมไปสร้างความเกลียดชังไว้ในอเวนเจอร์ล่าสุดอีก แต่ในส่วนของปฐมบทนั้นก็ยังควรค่าแก่การกลับมาดูซ้ำอีกรอบ สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู บอกได้เลยว่า สนุก มันส์ ฮา แบบครบรสแน่นอน

 

Rampage ใหญ่ชนยักษ์ การต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดของสัตว์กลายพันธุ์

                เป็นการกลับมาที่น่าประทับใจอีกครั้ง ของอดีตนักมวยปล้ำหุ่นล่ำบึ้กอย่าง ดเวนย์ จอห์นสัน หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ เดอะร็อค ที่หวนกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งกับผู้กำกับ แบร็ต เพย์ตัน ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเกมส์ที่เป็นที่นิยมในปี 1986 แต่เนื้อเรื่องไม่ใช่การทำลายร้างเมืองแบบในเกมส์แน่นอน

เริ่มต้นเรื่องราวด้วยการแอบทำการทดลองลับบนดาวเทียมของบริษัทเอนเนอจีนย์ ซึ่งดูเหมือนว่าการทดลองนี้จะเป็นการดัดแปลงพันธุกรรมของสัตว์ แต่ดาวเทียมกลับระเบิดเสียก่อน เพราะดันมีสัตว์ทดลองหลุดออกมา นักวิจัยจึงเก็บยีนส์ตัวอย่างแล้วหนีกลับบ้าน แต่โชคร้ายที่ยานเอาตัวรอดก็ไปไม่รอด ยีนส์ตัวอย่างเหล่านั้นจะพุ่งสู่โลกโดยไร้การควบคุม ตัดภาพมาที่มิตรภาพแสนอบอุ่นของ เดวิด โอโคเย (ดเวนย์ จอห์นสัน) กับสหายตัวใหญ่อย่าง จอร์จ ลิงกอริล่าเผือกที่รอดพ้นจากการถูกฆ่า เดวิดจึงเก็บมาเลี้ยงไว้ เรียกได้ว่าเป็นทั้งเพื่อน และส่วนหนึ่งในครอบครัวเลยทีเดียว ฉากความสัมพันธ์ของจอร์จกับมนุษย์นั้น ทำออกมาได้กวนชวนขำและน่ารักมาก ในเรื่องจอร์จสามารถสื่อสารภาษามือได้ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว เป็นฉากที่ทำให้แอบยิ้มตามกันแน่นอน

ผืนป่าสงบสุขได้ไม่นาน ยีนส์ตัวอย่างที่ถูกตัดแต่งพันธุกรรมก็หล่นถึงพื้น ตอนนี้เองที่สัตว์ขนาดยักษ์แบบที่เรารู้จักในเกมส์ได้ปรากฏขึ้น นั่นคือ จอร์จลิงกอริล่ายักษ์ , ราล์ฟหมาป่ายักษ์ และลิซซี่จระเข้ยักษ์ ปัญหาใหญ่ยิ่งว่าไซต์ของเจ้าสัตว์ยักษ์จึงเกิดขึ้น เมื่อพวกสัตว์เหล่านี้ได้รับยีนส์เด่นจากสัตว์ชนิดอื่น ทั้งว่องไว แข็งแกร่ง และก้าวร้าวมากขึ้น ดูเหมือนจะไม่มีอาวุธใด ๆ หยุดพวกมันได้ เมื่อบริษัทเอนเนอจีนย์ได้ยินข่าวและรู้ว่าการทดลองของพวกเขานั้นสำเร็จ พวกเขาจึงส่งคนออกตามล่าเพื่อนำสัตว์กลับมาวิจัยต่อ แต่ก็ไม่ได้ผล ด้วยพละกำลังมหาศาล จึงไม่สามารถเข้าถึงพวกมันได้ ในเนื้อเรื่องดูเหมือนว่าจระเข้ยักษ์จะไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก มีฉากที่กลายร่างแล้วว่ายใต้น้ำ จากนั้นก็หายไปเหมือนไม่ได้เป็นตัวละครในเรื่อ กลับมาอีกทีก็ตอนที่เรื่องเกือบจบซะแล้ว เลยได้ชื่นชมความอลังการได้ไม่เต็มที่ซักเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่า ไรอัน เอเจิลล์ เขียนบทออกมาได้ดีมาก เพราะเนื้อหาในเกมส์นั้นไม่มีอะไรเลย มีแค่สัตว์ประหลาดทำลายเมือง ต้องขอชื่นชมว่ามีความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ และฉากแอ็คชั่นก็ยังมันส์แบบสุดขั้ว สมกำกับที่คาดหวังไว้จริง ๆ

เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์สร้างจากเกมส์ที่เนื้อเรื่องและบทบาทมีคุณภาพอันดับต้น ๆ สำหรับในรอบหลายปีเลยทีเดียว ใครที่ยังไม่ได้ดูต้องห้ามพลาด แล้วคุณจะได้พบกับมิตรภาพที่แสนอบอุ่น และฉากแอ็คชั่นที่มันส์กระจายแน่นอน